เมื่ออายุย่างเข้าสู่วัยกลางคน หรือผู้ที่มีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 30 ปีขึ้นไป พบว่าคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ใส่ใจด้านอาหารที่รับประทาน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางร่ายกายที่เห็นได้ชัด อาทิ ระบบเผาผลาญลดลง น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงผิวหน้าผิวกายที่เริ่มมีริ้วรอยบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตามสิ่งที่กลับแสดงอย่างเด่นชัดบนใบหน้าของเรากลับกลายเป็นปัญหาเรื่อง “ฝ้า (Melasma หรือ Cholasma)” ฝ้าที่เรากล่าวถึงนี้จะมีลักษณะ เป็นปื้นสีน้ำตาลอ่อน หรือน้ำตาลเข้ม บางครั้งมีสีออกดำอมฟ้า หรือสีแดง พบการขยายวงกว้างบริเวณโหนกแก้มมากกว่าที่อื่นบนใบหน้า ในบางครั้งเราอาจพบกระ ซึ่งเป็นจุดเล็กๆสีน้ำตาลกระจายอยู่ร่วมด้วย ลักษณะของฝ้าบนใบหน้าสามารถแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้ ฝ้าลึก (Dermal type) – เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนังแท้ใต้หนังกำพร้า มีสีน้ำตาลอ่อน สีเทา สีเทาอมฟ้า มีขอบเขตของฝ้าไม่ชัดเจน โดยมากเราจะสังเกตได้ว่าฝ้าชนิดนี้จะกลืนไปกับผิวหน้าเป็นบริเวณกว้าง ฝ้าตื้น (Epidermal type) – เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนังกำพร้า มีสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงสีเทาดำ และสามารถเห็นขอบเขตได้ชัดเจน ฝ้าผสม (Mix type) – ฝ้าที่มีการผสมกันระหว่างฝ้าลึก และฝ้าตื้นบนใบหน้า นอกจากลักษณะของฝ้าที่กล่าวมาแล้วนั้น เรายังสามารถพบ “ฝ้าเลือด” […]
Category Archives: เคล็ดลับการดูแลผิว
ริ้วรอยบนใบหน้าเมื่อถูกกล่าวถึงไม่ว่าชายหรือหญิงก็คงรู้สึกไม่อยากเจอ หรือพยายามหาวิธีที่จะชะลอหรือหยุดยั้งการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าให้ดีที่สุด การเกิดริ้วรอยบนใบหน้าไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยบนหน้าผาก ริ้วรอยร่องแก้ม ริ้วรอยระหว่างคิ้ว ริ้วรอยใต้ตา ล้วนแล้วแต่มีสาเหตุแห่งการเกิดริ้วรอยทั้งสิ้น คงจะดีไม่น้อยหากเราๆท่านๆรู้เท่าทันที่จะป้องกันก่อนการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า ร่วมถึงสามารถดูแลรักษาเมื่อเกิดริ้วรอยก่อนวัยบนใบหน้าเหล่านี้ได้ ฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกับประเภทของ ริ้วรอย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่ทุกๆคนต้องเผชิญ แน่นอนว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดริ้วรอยได้ แต่สามารถที่จะเรียนรู้เพื่อที่จะชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ วิธีดูแลป้องกันการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าตามประเภทของริ้วรอยกันดังนี้ ริ้วรอยตามอายุ (Old Wrinkles) เราคงหลีกเลี่ยงการเกิดริ้วรอยตามอายุที่เกิดขึ้นตามกลไกธรรมชาติไปไม่ได้ เมื่ออายุเรามากขึ้นเซลล์ต่างๆใต้ผิวหน้าเริ่มเสื่อมสภาพริ้วรอยก็ตามมา จากริ้วรอยบางๆ ที่ใต้ตา คิ้ว ริ้วรอยบนหน้าผากเมื่ออายุ 20 ต้นๆ กลายเป็นริ้วรอยที่เด่นชัดเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยตามอายุไข เริ่มจากการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รับประทานผักผลไม้ที่เป็นแหละวิตามิน ที่ทำหน้าที่เป็นสารแอนติออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระและช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวใหม่ เช่น พวกเบอร์รี่ต่างๆ ผักใบเขียว ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อการเพิ่มออกซิเจนให้กับผิวของเรา ริ้วรอยจากแสงยูวี (Sun-dried Wrinkles) การสัมผัสกับแสงแดดหรือแสงยูวีนานๆ จะทำให้ผิวหนังเสื่อมทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยบนใบหน้า เกิดรอยฝ้าและตกกระ โดยเฉพาะจากรังสี UVA ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระที่ผิวหนังได้ โดยที่อนุมูลอิสระนี้จะไปทำลายเซลล์ผิวหนังจากภายในเซลล์เอง และลงไปทำลายชั้นของคอลลาเจน […]
สิว เรื่องธรรมชาติที่มักจะพบเจอกันอยู่เสมอ และหนึ่งในปัญหาหนักอกหนักใจจากสิวนั้น นั่นก็คือ การเกิดรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการอักเสบของสิว ส่งผลให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อขึ้น โดยเนื้อเยื่อบริเวณนี้จะเกิดการสมานตัวกัน ทำให้ผิวเกิดเป็นรอยดำหรือรอยแผลเป็นขึ้น โดยปกติแล้วรอยดำหรือรอยแผลเป็นจากสิวนั้น สามารถเกิดได้กับคนทุกเชื้อชาติ ทุกสีผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเอเชีย อาจจะเกิดรอยดำขึ้นง่ายและค่อนข้างเด่นชัดกว่าคนเชื้อชาติอื่น รอยดำหรือรอยแผลเป็นจากสิวนั้น ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลว่าจะเป็นอันตรายแต่อย่างใด เพียงแต่อาจจะดูไม่สวยงาม หรือเสียเวลาใช้คอนซีลเลอร์มาช่วยปกปิดรอยเหล่านี้กันพอสมควรเท่านั้นเอง สำหรับรอยดำและรอยแผลเป็นเหล่านี้จะค่อยๆ จางหายได้เองตามธรรมชาติ อาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน หรือนานถึงขั้นเป็นปีๆ เลยก็เป็นได้ โดยเฉพาะสิวที่มีการอักเสบที่ค่อนข้างลึก หรือมีระยะเวลาในการเป็นสิวที่นาน ก็เป็นผลให้รอยดำและแผลนั้น อยู่นานขึ้นกว่าปกติ และในคนที่มีสีผิวที่เข้ม ก็อาจทำให้มีรอยแผลเป็นที่ดำคล้ำกว่า การดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดสิวเป้นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ดังนั้นเราจึงควรที่จะบำรุงผิวให้มีสุขภาพอยู่ตลอดเวลา วิธีการป้องกันและรักษารอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ในการลดปัญหาเรื่องรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวนั้น สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ ด้วยวิธีที่หลากหลาย อาจจะเริ่มจากการที่ดูแลผิวหนังเมื่อมีการเกิดสิว โดยไม่ไปแกะหรือเกาหัวสิวเป็นอันขาด เพื่อลดการเกิดรอยช้ำขึ้นบนผิวหนัง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบของสิว แต่ถ้าหากสิวเกิดอักเสบขึ้นมาแล้วให้รักษาด้วยการทายาสิวประเภทฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อที่มากกว่าเดิม หากสิวหายแล้วแต่ยังคงทิ้งรอยแดงจากสิว จุดด่างดำ หรือรอยแผลเป็นอยู่นั้น ก็ให้ทาครีมบำรุงผิว เพื่อช่วยบำรุงผิว ให้ความชุ่มชื้น และในทุกครั้งที่ออกจากบ้านควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เนื่องจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตที่อยู่ในแสงแดดนั้น จะส่งผลให้รอยดำจากสิวหายช้าลง เลือกใช้ครีมกันแดดเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรอยแดงบนผิวของเรา ทุกครั้งที่ต้องเจอกับแสงแดดจึงควรปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 15 […]
หากใครมีอาการหน้าแดงจากการโดนแสงแดดเป็นเวลานานจนเกิดอาการผิวลอก ร้อน บวมแดง อาการลักษณะนี้สามารถบรรเทาอาการแรกเริ่มได้ด้วยการปรับอุณหภูมิบนผิวหนังด้วยผ้าชุบน้ำเย็นประคบบริเวณที่มีอาการแสบร้อน ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดเท่านั้น หลังจากอาการบวมแดงหายไปเราสามารถใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) เป็นหลัก ทาครีมกันแดด และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพื่อฟื้นฟูเซลล์ผิวให้กลับมาเต่ง และชุ่มชื้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คืออาการใบหน้าหมองคล้ำ หรือการเกิดรอยแดงบนผิวหน้าจากการเผาไหม้ที่เกิดขึ้น นำมาซึ่งอาการ กระ ฝ้า ในภายหลัง ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูผิวหน้านานนับเดือนเลยทีเดียว การอยู่กลางแดดเป็นเวลานานอาจจะทำให้ผิวเกิดอาการแดง และเป็นสาเหตุที่สำคัญให้เกิด ฝ้า กระ และ จุดด่างดำ ได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสแดงแดดเป็นเวลานานๆ หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดมาเป็นตัวช่วย สาเหตุที่ส่งผลทำให้ผิวของเราเกิดรอยแดงบนผิวหน้าได้ง่าย นอกจากอาการหน้าแดงจากการโดนแสงแดดเผาแล้วนั้น เรายังสามารถพบอาการหน้าแดงจนสามารถเห็นหลอดเลือดฝอยที่ขยายอยู่บริเวณผิวหน้าใต้รอยแดงนั้น รอยแดงนี้จะแสดงอาการแดงเข้มจนสามารถเห็นหลอดเลือดชัดขึ้นเรื่อยๆ ผิวของหน้าจะมีความไวต่อแสงส่งผลให้หน้าแดงง่าย บางรายมีอาการสิวอักเสบร่วมด้วย ลักษณะรอยแดงนี้จะเกิดขึ้นจากผลข้างเคียงของการกินหรือทา ผลิตภัณฑ์ประเภทครีมหรือยา ที่มีส่วนผสมของคอร์ติโต สเตียรอยด์ (Cortico steroids) อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทั้งนี้หากรอยแดงบนผิวหน้าเป็นรอยแดงที่มีลักษณะของผื่นแดงอักเสบที่มีขอบเขตชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปีกจมูกมักเกิดขึ้นร่วมกับอาการคัน บวมแดง ผิวหนังลอกเป็นขุย หรือเป็นตุ่มหนองร่วมด้วย จะมีสาเหตุหลักมาจากการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของสารที่มีฤทธิ์ลอกผิวอย่างต่อเนื่องประมาณ 2-3 เดือน หรือบางรายอาจเกิดอาการแพ้อย่างเฉียบพลัน สารดังกล่าวเช่น ไอโสเตรติโนอิน (Isotretinoin), เรติโนอิก แอซิด […]
สำหรับสาวๆยุคใหม่ การล้างหน้าด้วยโฟมหรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ซึ่งการล้างหน้าที่ไม่สะอาดหลังจากการแต่งหน้าหรือเจอมลภาวะในปัจจุบันนี้นั้นเป็นสาเหตุหลักๆทำให้สาวๆอย่างเราเกิดสิวได้ง่ายมาก
หลายๆคนคงจะเป็นกังวลไม่น้อยสำหรับการกำจัดขนที่ผิดวิธีที่คุณผู้หญิงทั้งหลายเมื่อมีเส้นขนเกิดขึ้นในบริเวณจุดซ่อนเร้น และตามส่วนต่างๆของร่างกายมากเกินควร
หน้าเรียว ลดกราม ยกกระชับ การลดริ้วรอยและแก้ไขรูปหน้า เป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงานหรือวัยกลางคน เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้สิ่งแรกที่นึกถึงคือ การทำศัลยกรรม และการทำศัลยกรรมย่อมมีความเสี่ยง การฉีดโบท็อกซ์จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สาว ๆ หลายคนสนใจ เพราะมองว่าเป็นทางออกที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ หรือยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่า ทำศัลยกรรมนั่นเอง แต่ก่อนจะฉีดโบท็อกซ์ เรามาลองทำความรู้จักกับเจ้าโบท็อกซ์ตัวนี้กันก่อนค่ะ โบท๊อกซ์ (Botox) หรือ Botulinum Toxin คือสารจากธรรมชาติ เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดตัว ผลที่เกิดขึ้นหลังการฉีด ตัวยาจะจับตัวกับปลายเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว ส่งผลให้ริ้วรอยดูลดเลือนไป เมื่อกล้ามเนื้อไม่เกร็งตัวแล้ว และยังจะส่งผลในการปรับลดขนาดกล้ามเนื้อด้วย ทำให้ได้ผลในส่วนของ การลดกราม ที่สาวๆต้องการนั่นเอง เราควรศึกษาข้อมูลก่อนการฉีดโบท็อกซ์ รวมถึงการเตียมตัวทั้งก่อนและหลังการฉีด โดยการ – งดในกลุ่มที่ ลดการแข็งตัวของเลือด และยาแก้ปวดบางชนิด เช่น ยาแอสไพรินและยาในกลุ่มเอ็นเสดส์ (NSAIDs) เพราะมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวและทำให้เลือดออกแล้วหยุดยาก อาจทำให้รอยเขียวช้ำจากอาการเลือดออกใต้ผิวหนังเพิ่มขึ้น – งดการสครับหน้าและขัดหน้า เป็นเวลา 2-3 วันก่อนการฉีดโบท็อกซ์ ทั้งนี้ก็เพื่อลดความเสี่ยง […]
ปัจจุบัน ครีมบำรุงผิวมีมากมายหลายยี่ห้อ สาวๆ คงมีความเชื่อว่า ต้องใช้ครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ จึงจะแก้ไขปัญหาผิวได้ รวมถึงส่งเสริมให้ผิวของเรามีสุขภาพดี เรียบเนียน ชึ่มชื้นมากขึ้น การไม่ใช้ครีมบำรุงผิวจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยในความเชื่อของสาวๆ ยุคปัจจุบัน วันนี้แอดมินมีเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆมาแบ่งปัน เพื่อให้เราสามารถทราบถึงวิธีการเลือกใช้ครีมบำรุงอย่างพอดี ได้ผลดีและมีความปลอดภัยด้วยค่ะ มาทำความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับการใช้ครีมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงชนิดต่างๆนั้นล้วนแต่มีสารเคมีที่มีวัตถุประสงค์หลักในการบำรุงหรือแก้ไขปัญหาผิวผสมอยู่มากมาย แต่การที่ร่างกายได้รับสารเหล่านี้ในระยะยาว สารเหล่านี้อาจเป็นตัวการในการทำลายระบบเก็บกักความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวเราได้ค่ะ เมื่อร่างกายได้รับสารเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ผิวเสียสมดุลในการกักเก็บความชุ่มชื้นตามธรรมชาติไป ต้องพึ่งพาสารเคมีในการรักษาความชุ่มชื้นอยู่เสมอส่งผลให้หลังจากที่หยุดใช้ครีมบำรุงแล้ว เกิดอาการผิวแห้ง ผิวหยาบกร้าน ขาดความชุ่มชื้น เป็นริ้วรอยได้ง่าย นอกจากนั้น หากครีมบำรุงผิวดังกล่าว มีส่วมผสมของสารพิษ หรือ สารต้องห้าม อาจทำให้เกิดปัญหาผิวมากมายตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวหน้าบาง อักเสบง่าย และลอกเป็นขุยจากการได้รับสารสเตียรอยด์ (steroid) เป็นระยะเวลานาน หรือได้รับสารปรอทจากครีมหน้าขาวหาซื้อได้ง่ายมากๆ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเสียทั้งเงินซื้อครีมบำรุงและยังเป็นการทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติหรือสร้างปัญหาใหม่ๆให้กับผิวของเราอีกด้วย วิธีง่ายๆสำหรับการเลือกและใช้ครีมบำรุงได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย – เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากชัดเจน ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา – ตรวจสอบฉลากและหาข้อมูลก่อนซื้อ เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีส่วนผสมของสารพิษหรือสารต้องห้าม – ทดสอบการแพ้ก่อนใช้ครีมหรือเครื่องสำอางทุกชนิด ในทุกๆครั้งที่ซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้ และหากมีอาการแพ้ให้หยุดใช้ทันที พร้อมปรึกษาแพทย์ – ตระหนักว่าการทาครีมบำรุงนั้น ครีมต่างๆจะซึมลงไปได้ถึงแค่ชั้นหนังกำพร้า หรือผิวชั้นบนสุดของเราเท่านั้น […]
“เอสโตรเจน (Estrogen)” หรือที่หลายๆคนรู้จักกันในชื่อที่ว่า “ฮอร์โมนเพศหญิง” ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญเป็นอย่างมากในการคงความอ่อนวัย เราลองมาทำความเข้าใจกันเลยดีกว่าว่าเจ้าฮอร์โมน เอสโตรเจน นี้มีความสำคัญกับผิวหนังของเราอย่างไรกันบ้าง เอสโตรเจนมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนผิว? เนื่องจาก เอสโตรเจน เป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สร้างขึ้นได้ในรังไข่ (ovary) ซึ่งมีหน้าที่หลายอย่าง ได้แก่ – พัฒนาการเจริญเติบโตให้กับร่างกายของเรา – ช่วยในเรื่องของการสะสมไขมันในร่างกาย (Adipose cell) – ช่วยทำให้ตับสามารถสร้างโปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ – เพิ่มกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย (Metabolism) ของเราให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในวงการแพทย์มักที่จะนิยมใช้ “ฮอร์โมนเอสโตรเจน” มาเป็นผลิตเป็นยาคุมกำเนิด (Contraceptive), รักษาสภาวะการหมดประจำเดือนของผู้หญิง (Menopause) และ ป้องกันกระดูกพรุน (Osteoporosis) ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในเพศหญิง ประโยชน์ของฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยประโยชน์หลักๆของฮอร์โมนเอสโตรเจนก็คือการขจัดอนุมูลอิสระ (Free Radical) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวของเรานั้นไม่เกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ช่วยในการรักษาคอลลาเจนเพื่อคงความยืดหยุ่นให้กับผิวซึ่งฮอร์โมนนี้จะเริ่มมีปริมาณลดลงตั้งแต่ช่วงอายุ 30 ปีเป็นต้นไป นอกจากนี้การลดน้ำหนักที่มากจนเกินไปหรือความเครียดที่เกิดขึ้นก็ส่งกระทบทำให้การผลิตเอสโตรเจนนั้นลดลงได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเอสโตรเจนในร่างกายนั้นเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาแล้วหมดไป ดังนั้นการดูแลสุขภาพร่างกายของเราให้ดีอยู่ตลอดเวลานั้นก็จะช่วยทำให้เรามีผิวพรรณที่ดูอ่อนกว่าวัย ผิวเด้งเนียนใส ไม่มีริ้วรอย โดยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่, การออกกำลังกาย, การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ […]
เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่าแสงยูวี (Ultraviolet light) ทำให้แก่เร็ว? หลายๆคนคงรู้ดีว่าการหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวของเราสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานานๆ เป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติกันอยู่แล้ว อาจใช้วิธีการหลบอยู่ในที่ร่มหรือในอาคารเกือบตลอดเวลา หรือคิดว่าในวันที่แดดไม่ออก ก็รอดพ้นจากรังสียูวีได้แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว “แสงยูวีมีอยู่ทุกที่” ถึงแม้จะไม่เห็นว่ามีแดดออกในวันที่ฟ้าครึ้มหรือฝนตกก็ตาม รังสียูวีก็ยังสามารถที่จะทะลุทะลวงลงมาสู่ผิวเราได้อยู่ดี ดังนั้นการปกป้องผิวจากรังสีชนิดนี้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งคนจำนวนมากมักที่จะเข้าใจกันว่า “ถ้าแดดแรง รังสียูวีที่ส่องลงมาก็จะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น” แต่ในความเป็นจริงแล้วเวลาที่รังสียูวีสัมผัสกับร่างกายของเราจะไม่ทำให้เกิดความรู้สึกร้อนแต่อย่างใดและยังไม่ทำให้แสบตาอีกด้วย ดังนั้นจึงทำให้เราไม่สามารถที่รู้ตัวได้เลยว่าเราได้รับรังสีชนิดนี้อยู่หรือไม่ และตอนไหนบ้าง การหลีกเลี่ยงเพื่อที่จะไม่ให้ร่างกายสัมผัสกับรังสียูวีจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก ผลเสียของรังสียูวีมีหลายอย่าง รวมถึงเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดปัญหาผิวอย่าง ริ้วรอย, ฝ้า, กระ และ ผิวแก่ก่อนวัย ได้ด้วย การบำรุงและปกป้องผิวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ป้องกันการเกิด ริ้วรอย, ฝ้า และ กระ ได้ หากร่างกายของเราได้รับรังสียูวีเป็นจำนวนมากๆ ร่างกายจะทำการปกป้องผิวโดยเริ่มกระบวนการในการผลิตเม็ดสี เมลาโนไซต์ (Melanocytes) ที่มีหน้าที่สำหรับการผลิตเม็ดสีผิว หรือที่เราเรียกว่า เมลานีน (Melanin) โดยจะถูกเก็บอยู่ในเมลาโนโซม (Melanosomes) เพื่อทดแทนเซลล์ผิวที่หลุดลอกออกไปจากการโดนทำร้ายของรังสียูวี จะเกิดอะไรขึ้นถ้าร่างกายของเราได้รับการสะสมของรังสียูวีเข้าไปทีละเล็กน้อย ? การสะสมของรังสียูวีนั้นจะถูกเก็บสะสมเอาไว้ที่ผิวชั้นใน และเมื่อมีการสะสมถึงระดับหนึ่ง ก็จะถูกแสดงออกมาให้เห็นกันในรูปแบบของ ริ้วรอย, ฝ้า และ […]










