Category Archives: วิธีลดริ้วรอย

กรดไฮยาลูโรนิค มีความสำคัญกับผิวของเราอย่างไร?

ด้วยความจริงที่ว่าสุขภาพ และความงามของร่างกายมักสวนทางกับอายุที่เพิ่มขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยที่เพิ่มมากขึ้น ความว่องไวที่ลดลง การเจ็บป่วยง่าย หรือแม้กระทั่งสมรรถภาพการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ช้าลงตามลำดับ วันนี้เราจึงต้องมาทำความรู้จักกับสารตัวหนึ่งในร่างกายซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก ได้แก่ “ไฮยาลูโรนิค แอซิด” (Hyaluronic acid : HA) หรือ สารไฮยารูรอน กรดนี้เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำไขข้อ หล่อเลี้ยงข้อต่อ น้ำเลี้ยงลูกตา น้ำหล่อลื่นบริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งลดการเสียดสีของอวัยวะและเซลล์อีกด้วย ในทางความงาม ไฮยาลูโรนิค แอซิด จะถูกกล่าวถึงด้วยคุณสมบัติเป็นตัวประสานความเชื่อมต่อระหว่าง ชั้นผิวหนังแท้ (dermis) โปรตีนคอลลาเจน และอีลาสติน เข้าด้วยกัน ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น เต่งตึง ปราศจากริ้วรอย และดูเรียบเนียน นอกจากนี้ ไฮยาลูโรนิค แอซิด ยังมีคุณสมบัติทางความงามโดยอ้อมคือ เป็นตัวช่วยในการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรง และยังสามารถช่วยในการขับของเสียออกจากเซลล์ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว ความเป็นมาของกรดไฮยาลูโรนิค อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ตระหนักถึงการมีอยู่ของสารตัวนี้จนเมื่ออายุได้ล่วงเลยเข้าถึงวัย 30 ขึ้นไป เมื่อเราพบริ้วรอยที่ปรากฏชัดขึ้น หรือสมรรถภาพของร่างกายไม่ดีเหมือนเดิม นั่นเป็นเพราะร่างกายของเราอยู่ในช่วงสังเคราะห์สารดังกล่าวลดลงนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์จึงได้คิดค้น “กรดไฮยารูโรนิคสังเคราะห์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทน ไฮยาลูโรนิค แอซิด […]

สฟิงโกลิพิด สารช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

ในปัจจุบันเครื่องสำอางจำพวก ครีม หรือ เซรั่ม ที่มีคุณสมบัติในการเติมน้ำให้ผิวกำลังเป็นกระแสนิยมอยู่ในขณะนี้ สาเหตุหนึ่งมาจากความร้อนจากแสงแดด และมลพิษจากฝุ่นควัน และลักษณะการดำเนินชีวิตที่ส่งผลให้ผิวหนังของเราสูญเสียความชุ่มชื้น และโดนทำลายอย่างต่อเนื่องจนผิวอยู่ในสภาพขาดการฟื้นฟูได้ทันท่วงที ซึ่งอาจแสดงปัญหาในรูปของริ้วรอย หรือความหย่อนคล้อยบริเวณผิวหนัง ความชุ่มชื้นจึงมีความสำคัญกับผิวหนังของเราอย่างมาก เป็นปัจจัยหลักขององค์ประกอบที่สมบูรณ์ของเซลล์ ส่งผลถึงความยืดหยุ่นของผิวหนัง ทั้งนี้ความชุ่มชื้นภายใต้ผิวหนังของเราสัมพันธ์กับปริมาณไขมันในร่างกายซึ่งแทรกซึมเป็นส่วนประกอบของทุกชั้นผิวหนังของเรา นอกจากทำหน้าที่เก็บกักความชุ่มชื้นแล้ว ยังทำหน้าที่ลดแรงกระแทกจากภายนอกที่จะทำอันตรายต่อเซลล์และอวัยวะภายในอีกด้วย ผิวขาดความชุ่มชื้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนชั้นผิวได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แหล่งไขมันที่จำเป็นในร่างกายของเรา มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยธาตุ คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน มีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำแต่ละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์ แต่ยังมีไขมันบางชนิดที่สามารถละลายน้ำได้เล็กน้อย เช่น ฟอสโฟลิพิด (Phospholipids) สฟิงโกลิพิด (Sphingolipids) ที่อยู่บริเวณชั้นผิวหนังกำพร้าที่เรียกว่า สตราตัม คอร์เนียม (Stratum corneum) มาจากการบริโภคไขมันจาก พืชและสัตว์ อาทิ เนื้อสัตว์ต่างๆ อาหารประเภทถั่ว เมล็ดนุ่น และพืชน้ำมัน เช่น ปาล์ม มะพร้าว และมะกอก เป็นต้น สฟิงโกลิพิด เกิดจาการรวมตัวของสารต่างๆดังนี้ – สฟิงโกซีน (sphingosine) หรือไดไฮโดรสฟิงโกซีน (dihydrosphin-gosine) […]

วิธีการดูแลความชุ่มชื้นให้กับผิวสำหรับคนผิวแห้ง

ประเทศไทยมีภูมิประเทศตั้งที่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ส่งผลให้เราทุกคนเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนจัด และอบอ้าว สลับกับมีมรสุมทำให้มีฝนตกหนักบ้างเป็นครั้งคราว ดังนั้นปัญหาสุขภาพผิวของคนส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นคือ ผิวหน้ามัน และรูขุมขนกว้างเพื่อระบายความร้อน อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาวะอากาศที่ร้อนอบอ้าวเช่นนี้กลับเป็นส่วนสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราให้อยู่แต่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเกือบทั้งวันไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือที่บ้านก็ตาม ดังนั้นเราจึงพบกลุ่มคนที่มีปัญหาผิวแห้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อาการผิวแห้งสามารถสังเกตได้ดังนี้ ผู้ที่มีผิวแห้งจะมีรูขุมขนที่แคบ ผิวลอกเป็นขุย เมื่อได้สัมผัสจะพบว่ามีความแห้งกร้าน ไม่ยืดหยุ่น สามารถเห็นรอบพับของผิวหนังชัดเจน ผิวหนังบริเวณที่คันมีสีแดง ลักษณะดังกล่าวคืออาการของ “ผิวหนังอักเสบ (Asteato tic eczema)” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ อาจมีอาการคันผิวตาม หน้า มือ และขา จนติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราจากการเกาได้ และอาจมีอาการผิวแตกและมีหนองตามมา และอาจพบโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ในบางรายเช่นกัน อาการของผิวแห้งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนชั้นผิวได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรดูแลความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราให้ดี ปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่อาจทำให้เกิดอาการผิวแห้งและวิธีการรับมือ ปัจจัยแรกคือ อายุ ด้วยตัวเลขของวัยที่เพิ่มมากขึ้น ต่อมไขมันใต้ผิวหนังของเรา (Fatty acid, Ceramindes, Cholesterol) ที่ทำหน้าที่ประสานกับผิวหนังชั้นนอกเริ่มทำงานช้าลง น้ำในเซลล์ผิวลดลง ส่งผลให้ชั้นผิวบางลงอีกด้วย จึงเป็นสาเหตุให้ผิวมีอาการแห้งหรือแตกได้ง่าย อย่างไรก็ตาม วิธีการบรรเทาปัญหาผิวแห้งของผู้สูงวัยควรเริ่มที่การรับประทานอาหารจะเห็นผลดีกว่าการบำรุงผิวหน้าด้วยครีม หรือ มอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) เนื่องจากเซลล์ผิวของผู้สูงอายุมีความถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันที่จำเป็น […]

การทำ ไออนโตฟอรีซิส กับ โฟโนโซเรซิส แตกต่างกันอย่างไร ?

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้าของเราก็เริ่มแสดงสัญญาณแห่งวัยให้เห็นเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ความหย่อนคล้อย หรือความหมองคล้ำต่างๆ อันเนื่องมาจากโครงสร้างของผิวที่เริ่มอ่อนแอไปตามวัย นอกจากนี้กระบวนการต่างๆตามกลไกของร่างกายก็เริ่มเสื่อมสภาพลง มีผลทำให้สารที่ร่างกายผลิตขึ้นมาเพื่อช่วยในการบำรุงผิวก็ลดลงตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งการแก้ปัญหาการเสื่อมสภาพของผิวควรเริ่มต้นจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอกับความต้องการ ส่วนการบำรุงผิวจากภายนอกก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งสามารถทำได้โดยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว หรือการทำทรีทเมนต์ต่างๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูและบำรุงผิวให้มากยิ่งขึ้น และกระบวนการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิในการลดเลือนริ้วรอยและความหมองคล้ำที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายคือการทำ “ไออนโตฟอรีซิส (Iontophoresis)” และ “โฟโนโซเรซิส (Phonophoresis)” ปัจจุบันคลินิกและสถานเสริมความงามต่างๆนิยมนำเครื่อง ไออนโตฟอรีซิส และ โฟโนโซเรซิส เพื่อมาใช้ในการรักษาปัญหาผิวหน้า โดยเชื่อว่าการใช้เครื่องมือนี้ควบคู่กับวิตามินต่างๆ อาทิเช่น วิตามินเอ วิตามินซี จะสามารถแก้ปัญหา สิวอุดตัน, แผลเป็น, รอยหลุม, หน้าหมองคล้ำ, รอยดำ, ฝ้า, กระ, ช่วยให้สีผิวกระจ่างใส, แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง, ทำให้ผิวหน้ากระชับ และลดเลือนริ้วรอยได้ ไอออนโตฟอรีซิส และ โฟโนโซเรซิส มีหลักการที่เหมือนกันตรงที่จะใช้เครื่องเพื่อนำพาตัวยาหรือสารที่ต้องการเข้าสู่ชั้นผิวหนัง เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการรักษา แต่ตัวกลางที่นำยา หรือผลักยาเข้าสู่ชั้นผิวนั้นจะต่างกัน ไอออนโตฟอรีซิส (Iontophoresis) เป็นการใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณต่ำเป็นตัวผลักยาหรือวิตามินที่ละลายน้ำหรือเจลผ่านเซลล์ผิวหนัง โดยประจุไฟฟ้าที่ใช้จะมีผลช่วยให้รูขุมขนของผิวหนัง (Skin pore) […]

การร้อยไหมประเภทต่างๆ ที่เราควรทราบถึงข้อดีและข้อเสียก่อนทำ

ผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม หรือปัญหาการหย่อนยานบริเวณผิวหนังใต้คอ ที่เราเรียกกันติดปากว่า “เหนียง” นั้น เกิดจากปัญหาหลักๆ 3 ประการคือ อายุที่เพิ่มขึ้น มลภาวะจากภายนอกที่เป็นสิ่งเร้าให้เกิดริ้วรอย และการที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นโดยไม่มีการออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย อย่างไรก็ดี ด้วยนวัตกรรมด้านความงามทำให้พวกเราพบทางแก้ปัญหามากมาย ซึ่งวิธีที่โดนใจในเวลานี้เห็นจะเป็น “การร้อยไหม” เพื่อยกกระชับใบหน้าและลำคอ ตัวไหมที่ทำการร้อยเข้าไปนั้นจะกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ (Local microcirculation) ส่งผลให้เกิดการสร้าง คอลลาเจนขึ้นรอบๆเส้นเลือดด้วยเช่นกัน การร้อยไหมถือเป็นการศัลยกรรมประเภทหนึ่งที่ไม่ถาวร มีอายุประมาณ 1-3 ปีขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ทำการร้อยบนใบหน้า และเทคนิคของแพทย์ที่ทำการร้อยไหม ดังนั้นเราจึงควรเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในสถานเสริมความงามหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และป้องกันการติดเชื้อบริเวณแผลที่ทำการร้อยไหม การร้อยไหมเป็นการทำศัลยกรรมที่ไม่ถาวร แต่สามารถช่วยปรับรูปหน้า ยกดั้งจมูก ปรับระดับหางตา และปรับร่องแก้มให้กระชับขึ้นได้ ในเมื่อเราตัดสินใจเลือกวิธีการปรับรูปหน้า ยกดั้งจมูก ปรับระดับหางตา หรือแม้กระทั่งแก้ปัญหาร่องแก้มให้กระชับด้วยการร้อยไหมแล้วนั้น สิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าสถานเสริมความงานก็คือ ชนิดของไหมที่เราจะใช้มาร้อยลงบนใบหน้าของเรา โดยที่ทุกคนต้องไม่ลืมว่าไหมที่ถูกร้อยเข้าไปนี้จะอยู่กับเราไปอีก 1-3 ปีเลยทีเดียว ไหมตามมาตรฐานทั่วไปสามารถจำแนกได้ดังนี้ ไหมชนิดไม่ละลาย ได้แก่ ไหมที่ทำจากพลาสติก และไหมที่ทำจากโลหะ ไหมที่ทำจากพลาสติก ไหมพลาสติกประเภท “พอลิโพไพรลีน” (polypropylene) ซึ่งเราสามารถมั่นใจได้ว่าสามารถนำมาใช้ได้ […]

การฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร และมีสิ่งใดบ้างที่เราต้องระมัดระวัง

เมื่อศัพท์คำว่า “เป๊ะ ปัง” กำลังมาแรง สร้างกระแสค่านิยมให้เราต้องมีหน้าวีเชฟ มีจมูกหยดน้ำ หน้าใส หน้าผาก หางตา ร่องแก้ม ต้องไม่ปรากฏริ้วรอย เหมือนเช่นพิธีกร หรือดารา นางแบบดังๆทั่วเมืองไทย ถึงแม้ในจิตใจส่วนลึกๆนั้นเราจะทราบกันดีว่า การรักษาสุขภาพ ทานอาหารอย่างสมดุลและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงจะเป็นการชะลอริ้วรอยแห่งวัยอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ดีหากร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว อาทิ หน้าผากย่น ข้างแก้มตอบ ขมับตอบ มีร่องใต้ตา/แก้ม ก็ยากที่จะคืนสภาพปราศจากริ้วรอยได้อย่างง่ายดาย หรือแม้แต่ปัญหาทางกรรมพันธุ์ อาทิ คางสั้น แต่ความกังวลเหล่านั้นได้ถูกขจัดออกไปด้วยนวัตกรรมความงามที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม ตามราคา วัสดุ การบริการ และความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่เราเลือกใช้กัน ในวันนี้เราจะมาพูดกันถึงกรณีที่ว่า หากอาทิตย์หน้าเราวางแผนนัดออกเดทกับแฟน ร่วมงานแต่งเพื่อนสนิท ถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง หรือต้องเป๊ะ ปัง ตามสถานการณ์ใดๆที่กำลังจะมาถึงแล้วล่ะก็ ตัวช่วยของเราคงหนีไม่พ้นการฉีด “ฟิลเลอร์ (Filler)” ฉีดปุ๊ป เป๊ะทันใจเลยทีเดียว แล้ว ฟิลเลอร์ที่ว่าคืออะไร อันตรายไหม และแก้ปัญหากวนใจของเราได้จริงไหม วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ไปด้วยกัน “ฟิลเลอร์ (Filler)” คือสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเข้าบริเวณผิวหน้าชั้นลึกของร่างกายเพื่อเติมเต็มในส่วนที่บกพร่อง อีกทั้งสามารถช่วยยกกระชับใบหน้า […]

มาทำความรู้จักเกี่ยวกับการฉีดโบท๊อกซ์กันดีกว่า

ในโลกของเราใบนี้มีแบคทีเรียอยู่มากมาย บางชนิดเป็นแบคทีเรียที่มีโทษต่อมนุษย์บางชนิดกลับมีประโยชน์ แต่แบคทีเรียที่เราจะมารู้จักกันในวันนี้นั้นมีทั้งโทษและประโยชน์แก่มนุษย์ในเวลาเดียวกัน แบคทีเรียที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้มีชื่อว่า “ครอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum)” แบคทีเรียดังกล่าวจะสร้างโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อ “โบทูลินั่ม ท๊อกซิน เอ (Botulinium toxin A)” ออกฤทธิ์ขัดขวางการหลั่งสารสื่อประสาทของเซลล์ประสาทส่วนปลาย กล้ามเนื้อส่วนนั้นๆจึงเป็นอัมพาตชั่วคราวประมาณ 3-10 วัน ในบางรายที่มีอาการรุนแรงมักเกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อกระบังลมหยุดทำงาน ผู้ได้รับเชื้อจึงหายใจไม่สะดวกหรืออาจหยุดหายใจได้ โดยมากเราสามารถพบเชื้อนี้ได้ในอาหารกระป๋องที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่เชื่อไหมว่ามนุษย์เราสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้จากการสังเกตที่เป็นเยี่ยม แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการสังเกตหลักการยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทของเชื้อตัวนี้ และนำมาพัฒนาเพื่อรักษาโรคได้แทน ในช่วงแรกนั้นเรานำสาร โบทูลินั่ม ท๊อกซิน เอ มาใช้ในการรักษาโรคตาเหล่ และพัฒนาต่อมาจนกระทั่งพบว่า สามารถแก้ปัญหาการเกร็งตัวของมัดกล้ามเนื้อบนใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของรอยย่น ส่งผลให้ริ้วรอยบนใบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คิ้ว และรอยย่นรอบดวงตาคลายออก กล่าวมาถึงตอนนี้บางท่านอาจสงสัยว่า เรากำลังพูดถึงนวัตกรรมความงามประเภทใดกันแน่ ในขณะที่บางท่านอาจพอเดาออกอยู่บ้างแล้ว ว่าเรากำลังพูดถึง “โบท๊อกซ์ (Botox)” ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของ โบทูลินั่ม ท๊อกซิน เอ ซึ่งผลิตโดยประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นเจ้าแรกของโลกมานานกว่า 50 ปีแล้ว นวัตกรรมความงามของโบท๊อกซ์ในยุคแรกๆนั้นถูกนำมาฉีดเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการระงับกลิ่นกายหรือเพิ่มความมั่นใจ โดยการฉีดโบท๊อกซ์เข้าไปบริเวณรักแร้/ฝ่ามือ เพื่อขัดขวางการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้ร่างกายสามารถผลิตเหงื่อได้ลดน้อยลง […]

ผิวแห้งเป็นขุย เราควรมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร

ผิวของคนเราประกอบไปด้วย น้ำ น้ำมัน และสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ อย่างเช่น เซราไมด์ (Ceramide), กรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid), อีลาสติน (Elastin) และ คอลลาเจน (Collagen) ที่อยู่ในเซลล์ของผิวหนังชั้นต่างๆ ส่วนประกอบที่มีความสำคัญที่สุดของเซลล์ผิวหนังก็คือ “น้ำ” หากเซลล์ผิวหนังเกิดอาการขาดน้ำก็จะส่งผลทำให้ แห้ง, แตก, มีอาการคัน และเป็นสาเหตุของผิวแห้งเป็นขุยได้ง่าย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วร่างกายจะสร้างสารเก็บกักความชุ่มชื้นเพื่อที่จะช่วยทำให้น้ำภายในผิวไม่ระเหยออกไปได้ง่าย แต่ก็มีหลายๆปัจจัยที่ทำให้สารที่ร่างกายของสร้างขึ้นไม่เพียงพอต่อการดูแลความชุ่มชื้นให้กับผิวทำให้เกิดอาการผิวแห้งเป็นขุย (Dry skin หรือ Xerosis) ไม่ว่าจะเป็น อากาศ, สุขภาพ, อายุ, ฮอร์โมน และอื่นๆอีกมากมาย คอลลาเจน เซราไมด์ กรดไฮยาลูโรนิก และ อีลาสติน เป็นตัวช่วยที่สำคัญในการเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ในผิว ช่วยให้ผิวไม่เกิดการแห้งเป็นขุย และไม่เกิดริ้วรอย โดยทั่วไปแล้วอาการผิวแห้งเป็นขุย จะพบได้ในเด็กและผู้สูงอายุ จะพบมากในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นและแห้งกว่าปกติ เนื่องจากอากาศแห้งนั้นจะเป็นตัวการที่ดึงน้ำออกไปจากผิวของเราได้ง่าย เรามักจะพบอาการผิวแห้งในผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริเวณที่เป็นผิวแห้งได้ง่ายบนร่างกาย ได้แก่ ใบหน้า หลังมือ แขน และผิวหนังที่สัมผัสกับอากาศโดยตรง ผู้ที่ผิวหน้าแห้งมีโอกาสที่จะเป็นฝ้าและเกิดริ้วรอยบริเวณผิวได้ง่ายกว่าปกติ […]

การควบคุมอาหารที่มากเกินไปทำให้ผิวได้รับสารอาหารไม่เพียงพอได้

ผู้หญิงทุกคนย่อมใส่ใจกับรูปร่างและน้ำหนักของตนเอง จึงทำให้บางครั้งต้องเลือกใช้วิธีการควบคุมน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารในแต่ละมื้อ ซึ่งในบางครั้งการที่เราควบคุมในเรื่องนี้มากจนเกินไปก็อาจจะส่งผลเสียที่ทำให้ผิวของเราได้รับสารอาหารต่างๆไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้กระบวนการในการผลัดเซลล์ผิว (physical peeling) ในร่างกายทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการร่วงโรยของผิวและมีโอกาสการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย เนื่องจากสารอาหารและออกซิเจนที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ (Epithelisation) จะถูกลำเลียงผ่านทางกระแสเลือด เมื่อเราได้รับสารอาหารในปริมาณที่น้อยและไม่เพียงพอสำหรับการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ก็จะทำให้กระบวนการสร้างผิวใหม่หยุดชะงัดลง ส่งผลให้ผิวของเรา แห้งกร้าน หมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน และเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ง่ายยิ่งขึ้น ปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลต่อระบบเผาผลาญในร่างกายของผู้หญิง ผู้หญิงมีจำนวนกล้ามเนื้อน้อยกว่าผู้ชาย จึงสามารถผลิตความร้อนภายในร่างกายน้อยกว่าผู้ชาย ซึ่งทำให้มีโอกาสเกิดสภาวะตัวเย็นได้ง่ายกว่านั่นเอง ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มเย็นๆที่ผู้ฆญิงมักนิยมกันมากในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ หรือแม้แต่น้ำผลไม้ ก็จะยิ่งส่งผลทำให้ร่างกายเกิดความเย็นมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งเมื่อร่างกายของเรานั้นมีอุณหภูมิที่ต่ำลงก็จะทำให้ระบบการเผาผลาญทำงานได้น้อยลง ซึ่งก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญที่กระทบต่อการสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่ด้วยเช่นกัน การดื่มแอลกอฮอล์ก็ส่งเสียต่อผิวด้วยเช่นกัน คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่าการที่สภาพผิวของเราหลังจากวันที่ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆมานั้นเกิดจากการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ที่จริงแล้วการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เหล่านี้มีผลเสียต่อตับ และเมื่อตับต้องรับภาระหน้าที่ที่หนักขึ้นก็จะทำให้การผลิตวิตามินบีในร่างกายของเราลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้ร่างกายของเราเหี่ยวแห้ง หย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย นอกจากนั้นแอลกอฮอล์ยังส่งผลให้เส้นเลือดฝอยขยายตัวทำให้มีโอกาสเกิดสิวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดีต่อสุขภาพผิว ก็คือ “ไวน์” เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระ แต่เราก็ควรที่จะดื่มในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น การเลือกดื่มให้เป็นการช่วยลดการสร้างภาระให้กับผิวได้ แน่นนอนว่าในปัจจุบันบางครั้งเราก็จำเป็นที่จะต้องดื่มเพื่อเป็นการเข้าสังคม ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นการเลือกดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะจึงเป้นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยทำให้ไม่เป็นภาระต่อผิวสวยของเรามากนัก ซึ่งนอกจากการดื่มแอลกอฮอล์แล้วเรายังควรที่จะเลือกอาหารที่เหมาะสมกับการดื่มของเราได้อีกด้วย โดยเราควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารประเภทของทอดหรือมีปริมาณน้ำมันมากๆ รวมถึงอาหารที่เย็นซึ่งจะระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้น้อยลง และที่สำคัญเราควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสชาติเค็มจัด หากเป็นไปได้เราควรที่จะเลือก ปลา หรือ ผัก […]

การนอนหลับพักผ่อนในปริมาณที่เพียงพอมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างเซลล์ผิว

โดยส่วนมากแล้ว สาวๆหลายมักที่จะมุ่งเน้นในเรื่องการเลือกใช้ครีมบำรุงผิวและการรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มสารอาหารต่างๆเข้ามาช่วยในการบำรุงผิว ช่วยให้ผิวสวย กระจ่างใส แต่อย่างไรก็ตามคนส่วนมากมักที่จะมองข้ามเรื่องของการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวันไป ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาผิวได้มากกว่าการเพิ่มสารอาหารให้กับผิวของเราเสียอีก ไม่ว่าจะเป็น ผิวหมองคล้ำ สิว หรือ ริ้วรอย เป็นต้น การนอนหลับพักผ่อนก็สามารถที่จะส่งผลทำให้ผิวของเราสวยขึ้นได้ เพราะพักผ่อนนั้นเป็นตัวช่วยกระตุ้นในการสร้างเซลล์ผิว เนื่องจากในเวลาที่เรากำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่นั้น เซลล์ผิวจะเริ่มกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่าที่ผลัดออกไป หรือที่เรียกรวมๆว่า การซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ โดยการที่เราพักผ่อนไม่เพียงพออย่างต่อเนื่องจะทำให้กระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่หยุดชะงัก ทำให้สภาพผิวของเราดูแย่ลง และยังส่งผลต่อเนื่องต่อสุขภาพของผิวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ทำความเข้าใจกันเสียใหม่ว่า “การนอนหลับชดเชยในวันหยุดไม่สามารถช่วยฟื้นฟูการสร้างเซลล์ผิวได้” การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน ช่วยให้การผลัดเซลล์ผิวทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เซลล์ผิวใหม่ที่มีการแบ่งตัวในชั้นเบเซิล (Basal Layer) ที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) จะถูกส่งขึ้นมาผิวชั้นบนแทนผิวเก่าที่จะหลุดลอกออกมากลายเป็นขี้ไคล ซึ่งเราเรียกกระบวนการเหล่านี้ว่า “กระบวนการผลัดผิวใหม่” โดยร่างกายของเราจะเริ่มต้นกระบวนดังกล่าวในช่วงเวลาที่เรากำลังนอนหลับพักผ่อน ซึ่งในเวลานี้เองที่เลือดจะถูกส่งไปที่ผิวหนังและอวัยวะต่างๆภายในร่างกายเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอมากกว่าในช่วงเวลากลางวัน ปัญหาการนอนหลับพักผ่อนที่เกิดการวงจรการใช้ชีวิตที่เป็นสาเหตุสำคัญ ปัญหาการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอไม่ได้เกิดจากจำนวนเวลาในการหลับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับการนอนที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น การนอนหลับไม่สนิท ซึ่งทำให้การผลัดเซลล์ผิว (Skin Exfoliation) มีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และส่งผลต่อการร่วงโรยของผิวโดยตรงเช่นกัน โดยสาเหตุดังกล่าวอาจจะเกิดได้จากสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิตของแต่ละคน อย่างเช่น การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การที่ละเลยการออกกำลังกาย การทานอาหารที่ไม่ประโยชน์ เป็นต้น การนอนหลับพักผ่อนนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพผิว ดังนั้นเราควรที่จะปรับสภาพแวดล้อมต่างๆเพื่อให้เหมาะสมกับการนอนหลับพักผ่อนของเราให้มากที่สุด วิธีการง่ายๆที่ช่วยทำให้เราสามารถนอนหลับได้ง่ายยิ่งขึ้น ปรับลดแสงสว่างภายในห้องก่อนเข้านอน […]