ปัจจัยจากภายใน และปัจจัยจากภายนอก ที่ทำให้เกิดสิว

สิวเกิดได้จากหลายปัจจัยที่มาผสมกันทั้งจากปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในร่างกาย เหตุที่ทำให้เกิดสิวเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย propionibacterium acnes หรือ P. acne กระตุ้นให้รูขุมขนบริเวณที่เป็นสิวมีการสร้างเคอลาติน (keratin) ที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันที่บริเวณรูขุมขนนั้นมากขึ้น กลายเป็นเม็ดสิว และสิวอักเสบได้ ซึ่งมีปัจจัยหลายประการเป็นตัวเสริมทำให้เกิดสิว ทั้งจากปัจจัยภายใน และจากปัจจัยภายนอก

ปัจจัยภายนอกที่ทำให้เกิดสิว

ปัจจัยภายนอกของบทความนี้ หมายถึง ปัจจัยที่เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย ที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ได้แก่

1. แสงแดดและมลภาวะ

สภาพอากาศทำให้เกิดสิว เพราะเมื่อผิวจำเป็นต้องเผชิญกับอากาศร้อนจากแสงแดด อีกทั้งฝุ่น และควันจากท้องถนน หรือมลภาวะต่าง ๆ จึงเป็นโอกาสให้สิ่งสกปรกเหล่านี้เข้ามาอุดตันที่รูขุมขน จึงเป็นสาเหตุของการเกิดสิวมากขึ้น

2. เครื่องสำอางตกค้าง

การใช้ยาทาบางอย่าง เป็นสาเหตุของการเกิดสิว เช่น สเตียรอยด์ เครื่องสำอางและสารเคมีบางอย่างอาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เพราะหากเครื่องสำอางที่เราใช้ทาตกค้างอยู่ที่ผิว จะทำให้เกิดการอุดตันของผิวหนัง และทำให้เกิดสิวขึ้นมาได้

3. การทำความสะอาดผิวหน้า และการแคะแกะเกาที่ใบหน้า

การล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธี ด้วยการขัดถูที่รุนแรงเกินไป ยิ่งทำให้เป็นสิวรุนแรงมากขึ้น เพราะผิวถูกทำลายและแห้งกรานลง อีกทั้งการเลือกผลิตภัณฑ์มาทำความสะอาดที่ไม่ตรงกับผิวหน้าก็มีผลต่อความมันบนใบหน้าอีกเช่นกัน นอกจากการล้างหน้าที่ไม่เหมาะสมจะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวแล้ว การใช้มือแคะ แกะ เกา ผิวก็เป็นตัวกระตุ้นการอักเสบ และทำให้เป็นสิวได้เช่นกัน

ปัจจัยภายในที่ทำให้เกิดสิว

ปัจจัยภายในของบทความนี้ หมายถึง ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากภายในร่างกาย ที่สามารถควบคุม และหลีกเลี่ยงได้ ได้แก่

1. ฮอร์โมนเพศช่วงวัยรุ่น

เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นร่างกายมีการสร้างฮอร์โมนเพศ (Estrogen) มากขึ้น ระดับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นนี้จะไปกระตุ้นต่อมไขมัน (Sebaceous glands) ให้มีขนาดโตขึ้นและผลิตไขมันมากขึ้น ดังนั้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นผิวหนังบริเวณใบหน้าและหนังศีรษะจะมันมากขึ้น ความมันบนหน้า (Oil from the skin) และ แบคทีเรีย P. acne จะเพิ่มมากขึ้นในบริเวณรูขุมขนบริเวณที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิว

2. ความเครียด

ความเครียดจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้นได้ ความครียดจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ของการเกิดสิวตามมาได้ ดังนั้นถ้าไม่อยากเป็นสิวมากขึ้นก็ไม่ควรเครียดจนเกินไป

3. กรรมพันธุ์

การมีกรรมพันธุ์ที่ทำให้เกิดสิว เป็นดั่งเรื่องของโชคชะตา เพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้ ไม่มีใครสามารถเลือกได้ว่าจะเกิดมาในครอบครัวที่ไม่มีใครเป็นสิว มีผิวเพอร์เฟค เรื่องของกรรมพันธุ์จึงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ และหาทางแก้ไขปรับเปลี่ยนกันในภายหลังได้ ด้วยวิธีการรักษาสิวแบบต่าง ๆ ที่จะอธิบายในหัวข้อถัดไป

4. รูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

ฮอร์โมนที่เสียสมดุลและภูมิต้านทานที่ลดลงเพราะการใช้ชีวิตไม่ถูกสุขลักษณะก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ผิวเกาะตัวหนาขึ้น เกิดการอุดตัน เมื่อรวมตัวกับเชื้อแบคทีเรียจึงทำให้เป็นสิวได้

การรักษาสิว

การรักษาสิวแบบเดิม รักษาไม่หายเพราะเชื้อสิวยังอยู่

การรักษาสิวแบบเดิมที่นิยมใช้มีอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
1. ทายาปฏิชีวนะ เช่น อิริโทมัยซินนามิก (erythromycin), คลินดามัยซิน (clindamycin) จะเป็นกลุ่มที่ช่วยลดปริมาณของ P.acnc ที่รูขุมขนแล้วยังช่วยลดการอักเสบ
2. ทายาเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ (benzoyl peroxide) ก็ช่วยลดปริมาณของ P. acne ที่รูขุมขน และช่วยลดการอักเสบ
3. ทายากลุ่มกรดวิตามินเอ จะช่วยละลายหัวสิวใช้ได้ดีในสิวชนิดไม่อักเสบ ยาแต่ละชนิดมีหลายความเข้มข้น ความเข้มข้นที่สูงจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย หากทายาต่อเนื่อง 2-4 สัปดาห์อาการยังไม่ดีขึ้นควรใช้ยารับประทานร่วมด้วย
4. ยารับประทานจะเป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม เตตตร้าไซคลิน (tetracycline) หรือดอกซีไซคลิน (doxycycline) หรือถ้าเป็นสิวเรื้อรัง รุนแรง ควรใช้ยาในกลุ่มกรดไวตามินเอ (13-cis retinoic acid) ซึ่งควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เนื่องจากยาชนิดนี้ จะมีผลต่อการตั้งครรภ์ การทำงานของตับและไขมันในเลือด

การรักษาสิวด้วยการทำลายตัวการที่ทำให้เกิดสิว

ปัจจุบันมีนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำลายตัวการที่ทำให้เกิดสิว (P. acne) มากยิ่งขึ้น ได้แก่การทำ Laser และ IPL กำจัดสิว ด้วยการใช้แสงเลเซอร์ หรือใช้แสง IPL ยิงลงไปยังบริเวณที่เป็นสิว จะช่วยรักษาสิวให้หายเร็วขึ้นด้วย และเมื่อทำเป็นประจำจะลดโอกาสการเป็นสิวได้เกือบ 100% การใช้เทคโนโลยีแห่งแสงในการรักษาสิว สามารถทำได้ที่คลินิก หรือซื้อเครื่อง IPL ส่วนตัว ไปทำเองที่บ้านก็ได้ผลเช่นกัน

การป้องกันไม่ให้เป็นสิว

– รักษาความสะอาดอยู่เสมอ
– หลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอก ที่กระตุ้นให้เกิดสิว เช่นแสงแดด และฝุ่นควัน
– งดการล้างและถูหน้าแรง ๆ หรือนวดหน้า รวมถึงการบีบและแกะสิว
– การรับประทานอาหาร ลดอาหารที่มีกรดไขมัน (fatty acids) พบมากในอาหารมัน เพื่อไม่ให้ผิวมันมากเกินไป
– พักผ่อนให้เพียงพอ ปรับรูแบบการใช้ชีวิตให้สมดุล และรู้จักจัดการความเครียด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *