ชั้นผิวในแต่ละชั้นของร่างกาย และวิธีการดูแลรักษาผิว

เราทุกคนคงเคยตั้งคำถามไว้ในใจว่า ทำอย่างไรเราจึงจะสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นได้ในระยะเวลาอันสั้น เพื่อให้เป็นที่ประทับใจและจดจำต่อคู่สนทนา ไม่ว่าด้วยผลประโยชน์ธุรกิจทางการค้า หรือแม้กระทั่งบุคคลที่เรามีความรู้สึกพิเศษด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวเราจึงต้องพัฒนาตนเองทั้งความรู้ และบุคลิกภาพ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความสะอาดและการดูแลผิวพรรณของร่างกาย หากเรามีผิวพรรณที่สดใส กระชับ ไร้จุดด่างดำหรือแผลจากการเป็นสิว ก็สามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่เราได้อย่างมากเลยทีเดียว ในเมื่อผิวพรรณคือสิ่งแรกที่สามารถสร้างความประทับใจได้ ดังนั้นเราควรมาทำความเข้าใจในการดูแลผิวพรรณเพื่อให้มีสุขภาพผิวที่ดี โดยในลำดับแรกเรามารู้กันก่อนดีกว่าว่า ชั้นผิวของเรานั้นประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

การมีผิวพรรณที่ดีไม่ใช่แค่ทำความสะอาดผิวเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีการดูแลสุขภาพของผิวให้ดีไปควบคู่กัน

ผิวหนังของร่างกายมีความหนาประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ปกคลุมอวัยวะของร่างกาย ซึ่งผิวหนังของคนเราประกอบไปด้วย 2 ชั้นหลักๆคือ ชั้นหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้ โดยมีอีก 1 ชั้นที่เป็นกลไกเสริมความยืดหยุ่นและการปรับสภาพผิวให้สมดุล ได้แก่ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งแต่ละชั้นมีโครงสร้างและหน้าที่ดังนี้

ชั้นหนังกำพร้า หรืออีพิเดอมีส (Epidermis)

มีลักษณะบาง ประกอบไปด้วยเซลล์ที่เรียงตัวกันเป็นชั้นๆแบนราบ โดยที่เซลล์ชั้นในสุดจะอยู่ติดกับบริเวณชั้นหนังแท้ เซลล์ดังกล่าวจะมีการกำเนิดใหม่อยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เซลล์มีการเลื่อนขึ้นชั้นบนสุดและหลุดลอกเป็นขี้ไคลไปในที่สุด (stratum corneum) โดยปกติเซลล์ชั้นผิวนี้จะยึดติดกันด้วย lipid barrier ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นไม่ให้ผิวหนังลอกเป็นขุย หรือเสื่อมสภาพได้ง่าย ภายใต้หนังกำพร้ามีเซลล์ที่เราเรียกว่า เมลานีน (melanocyte) เป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย เซลล์นี้จะแสดงออกถึงสีผิวของเรา ส่งผลให้เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังจากสิ่งที่มากระทบเช่น มลภาวะ แสงแดด หรือแบคทีเรียที่มีทำร้ายผิว ผิวจะเกิดจุดด่างดำได้โดยง่าย อย่างไรก็ตามผิวหนังชั้นนี้เป็นทางผ่านของเหงื่อ เส้นขน และไขมัน จึงเป็นด่านหน้าในการเผชิญกับสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และนำมาซึ่งรอยแผลเป็นที่ไม่พึงปรารถนาของเราได้ง่ายเช่นกัน

แสงแดดที่มีรังยูวีเป็นอันตรายต่อผิวอย่างมาก ดังนั้นเราจึงควรหลีกกเลี่ยงการสัมผัสกับรังสียูวีโดยตรงเป็นเวลานานๆ

การแก้ไขจุดบกพร่องบริเวณผิวชั้นหนังกำพร้า

สามารถใช้การมาร์คหน้า เพื่อให้ความชุ่มชื้นด้วยส่วนประกอบเช่น ว่างหางจระเข้ หรืออีฟนิ่งพริมโรส ซึ่งมีสารต้านแบคทีเรียควบคู่ไปด้วย สามารถใช้ควบคู่กับวิตามินซี ในการเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ใบหน้า หากผิวหน้าได้รับผลกระทบจนมีจุดด่างดำที่ลบเลือนยาก ก็สามารถใช้ เลเซอร์ชนิดต่างๆ อาทิ IPL (Intense Pulse Light) ที่มีความยาวช่วงคลื่น 500-1200 nm) สามารถปรับใช้ตามความเหมาะสมของสภาพผิว เลเซอร์ชนิดนี้สามารถแก้ปัญหาจุดด่างดำ เนื่องจากไปกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวของชั้นผิวหนังกำพร้าได้ไวขึ้น

ผิวชั้นหนังแท้ หรือชั้นเดอมิส (Dermis)

อยู่ถัดจากชั้นหนังกำพร้าลึกลงมา แต่มีความหนามากกว่าชั้นหนังกำพร้า ประกอบไปด้วยคอลลาเจน (collagen) และอีลาสติน (Elastin) ทำหน้าที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว และสร้างความยืดหยุดให้ผิว โดยมีสารที่ช่วยตรึงผิวที่เรียกว่า Hyaluronic acid ช่วยในการเก็บรักษาความชุ่มชื้นและ สร้างสมดุลในปริมาตรของผิว อย่างไรก็ตาม คอลลาเจน และอีลาสตินนี้จะลดลงตามอายุของเราที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าและร่างกายของเราปรากฏริ้วรอยเป็นเส้นๆ และการหย่อนคล้ายของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ชั้นดังกล่าวยังประกอบไปด้วยหลอดเลือดฝอย เส้นประสาท ต่อเหงื่อ ต่อมน้ำเหลือง รูรากขน ปัญหารอยแผลเป็นนูน และการอักเสบของผิว แม้กระทั่งหลุมสิว จึงเกิดจากการบาดเจ็บบริเวณชั้นผิวนี้เป็นหลัก การบาดเจ็บโดยมากจะเริ่มจากการอักเสบของรูขุมขน นำมาซึ่งปัญหาสิว และเซลล์ผิวโดยรอบโดนทำลาย ผิวหนังชั้นนี้ต้องทำการซ่อมแซมตัวเอง ในกรณีที่ผิวไม่สามารถซ่อมแซมได้สมบูรณ์จะเกิดปัญหาหลุมสิวตามมา หรือการซ่อมแซมนั้นเกิดในระดับที่มากเกิดไปก็นำมาซึ่งปัญหาแผลเป็นนูนได้เช่นกัน

ริ้วรอยต่างๆที่เกิดขึ้นบนชั้นหนังแท้สามารถที่จะทำให้ลดเลือนลงไปได้โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวชั้นหนังแท้

ปัญหาของผิวชั้นหนังแท้สามารถแก้ได้ด้วยหลายวิธี

ผิวขฃชั้นหนังแท้ค่อนข้างใช้เวลาในการรักษานาน โดยต้องทำอย่างต่อเนื่อง และค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว อาทิ การใช้เลเซอร์ หรือการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอย เพื่อให้เกิดจำนวนเส้นใยคอลลาเจนล้อมรอบที่มากขึ้น การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ การฉีดฟิลเลอร์ซึ่งมีส่วนประกอบของ hyaluronic acid ช่วยเติมเต็มชั้นผิว เสริมสร้างอีลาสติน ก็ล้วนมีช่วยช่วยในการยกกระชับใบหน้า เติมเต็มร่องลึก และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนทั้งสิ้น

ครีมและเซรั่มมีอนุภาคที่ใหญ่จึงทำให้สามารถซึมผ่านชั้นหนังกำพรัาได้ยาก ดังนั้นการรักษาด้วยคลื่นแสงจึงเป็นวิธีการรักษาที่สามารถลงลึกได้ถึงผิวชึ้นหนังแท้

ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutis)

อยู่ชั้นลึกสุดใต้ผิวหนัง ประกอบไปด้วยโปรตีนคอลลาเจน ไขมัน และหลอดเลือดต่างๆ โดยหน้าที่หลักของชั้นผิวนี้จะมีเพื่อรับแรงกระแทกจากภายนอกที่มีต่ออวัยวะภายใน เสริมสร้างความกระชับของชั้นผิว หากชั้นผิวนี้มีปริมาณไขมันลดลงจะส่งผลให้เกิดผิวแตกลาย และหย่อนคล้ายได้ง่าย

อย่างไรก็ตามวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาผิวพรรณของเราให้ดีอยู่เสมอคือ การรักษาความสะอาดของร่างกาย ทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ อาทิ อาหารที่มีวิตามินเอ เช่น ตับสัตว์ เนย นม ไข่แดง ผักผลไม้ที่มีสีส้มแดง มะเขือเทศ มะละกอ รวมทั้งพืชใบเขียว ดื่มน้ำมากๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ไม่แห้ง หรือลอกเป็นขุย ทำให้เล็บและเส้นผมไม่หลุดร่วงง่าย หลีกเลี่ยงการเกิดฝ้ากระ จุดด่างดำ โดยลดการเผชิญแดดจัด และใช้เครื่องสำอางที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ทั้งนี้สิ่งที่ไม่ควรละเลยคือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และเพื่อเสริมสร้างการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวของเราให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การทำ IPL ก็ยังสามารถที่จะช่วยให้ผิวมีสุขภาพที่ดีขึ้นและรักษาปัญหาผิวต่างๆได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากการรับประทานอาหารที่มีรประโยชน์แล้ว การทำ IPL ก็สามารถที่จะช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ด้วยเช่นกัน โดยเครื่อง IPL Home use ของ PiOne ที่มีแสง Xtensive Flash สามารถที่จะดูแลปัญฆาผิวต่างๆได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น สิว, รอยสิว, ริ้วรอย, หมองคล้ำ, ฝ้า, กระ หรือจะเป็นการกระตุ้นคอลลาเจน ก็สามารถที่จะทำได้ทั้งหมด โดยที่ไม่ทำร้ายผิว เพราะได้เลือกใช้คลื่นแสงในช่วงที่เหมาะสมต่อการรักษาปัญหาผิว จึงทำให้สามารถที่จะดูแลผิวไปพร้อมกับการรักษาปัญหาผิวไปได้พร้อมๆกัน ซึ่งก็จะช่วยทำให้การทำ IPL ไม่ต้องยิงซ้ำเฉพาะจุดเพื่อรักษาตามปัญหา และยังช่วยให้ไม่เกิดอาการผิวไหม้ได้ง่ายๆอีกด้วย รวมถึงการทำ IPL Home use ของทาง PiOne ที่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานที่บ้าน จึงมีระบบการใช้งานที่ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยค่าพลังงานที่ผู้ใช้สามารถเลือกได้ถึง 7 ระดับ และยังมีระบบ Triple Shots ที่สามารถช่วยลดการระคายเคืองของผิวได้ จึงทำให้ผู้ที่มีผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่ายก็สามารถที่จะใช้งานเครื่อง IPL ของทาง PiOne ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *