<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิธีลดรอยด่างดำ &#8211; My CMS</title>
	<atom:link href="https://pione.co.th/ipl-solutions/black-spot/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://pione.co.th</link>
	<description>multi-purpose skin care solution</description>
	<lastBuildDate>Mon, 07 May 2018 09:31:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.4.3</generator>

<image>
	<url>https://pione.co.th/wp-content/uploads/2017/02/cropped-LOGO_PIONE-32x32.png</url>
	<title>วิธีลดรอยด่างดำ &#8211; My CMS</title>
	<link>https://pione.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลูต้าไธโอน มีประโยชน์และช่วยให้ผิวขาวจริงไหม?</title>
		<link>https://pione.co.th/ipl-solutions/can-glutathione-help-brighter-skin/</link>
					<comments>https://pione.co.th/ipl-solutions/can-glutathione-help-brighter-skin/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[PiOne]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 May 2017 11:47:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วิธีลดรอยด่างดำ]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับการดูแลผิว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pione.co.th/?p=9565</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสภาพมลภาวะ และแสงแดด ในปัจจุบัน ทำให้สภาพผิวต้องพบเจอกับผิวคล้ำเสีย จุดด่างดำ และริ้วรอยแห่งวัยที่ปรากฏชัดขึ้น หนึ่งในวิธีที่จะช่วยชะลอความเหี่ยวย่น ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนั่นคือ กลูต้าไธโอน ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับกลูต้าไธโอนกันก่อนดีกว่า กลูต้าไธโอนนั้น มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยกรดอะมิโนที่สำคัญ 3 ชนิด คือ ซิสเตอิน (Cystein), ไกลซิน (Glycine) และ กลูตาเมท (Glutamate) ตัวกลูต้าไธโอนนั้น ร่างกายสามารถผลิตได้เอง โดยพบมากบริเวณตับ ทำหน้าที่ในการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระ (Free radicals) ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และที่สำคัญยังช่วยตับในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย การใช้กลูต้าไธโอนในทางการแพทย์ สำหรับในทางการแพทย์ มีการนำกลูต้าไธโอนมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ภาวะเป็นหมันในเพศชาย ปลายเส้นประสาทอักเสบ มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก รักษาด้วยวิธีการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำหรือที่กล้ามเนื้อ พบว่าจากการรักษาด้วยกลูต้าไธโอนนั้น เกิดผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยคือ ผู้ป่วยมีสีผิวที่ขาวขึ้น เป็นผลมาจากกลูต้าไธโอนสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) ได้ ส่งผลให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว ด้วยเหตุนี้เองจึงมีผู้พยายามนำผลข้างเคียงของยามาใช้ในการทำให้จุดด่างดำลดเลือน และช่วยให้ผิวขาวขึ้น แต่ก่อนนั้น กลูต้าไธโอน จะใช้เพื่อการรักษาในทางการแพทย์ แต่ด้วยผลข้างเคียงที่ทำให้ผิวของผู้ป่วยมีสีขาวขึ้น จึงทำให้ในปัจจุบันนี้ได้มีการเอามาใช้เพื่อเป็นตัวช่วยในการเพิ่มความขาวให้กับผิว ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอน [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th/ipl-solutions/can-glutathione-help-brighter-skin/">กลูต้าไธโอน มีประโยชน์และช่วยให้ผิวขาวจริงไหม?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th">My CMS</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางสภาพมลภาวะ และแสงแดด ในปัจจุบัน ทำให้สภาพผิวต้องพบเจอกับผิวคล้ำเสีย จุดด่างดำ และริ้วรอยแห่งวัยที่ปรากฏชัดขึ้น หนึ่งในวิธีที่จะช่วยชะลอความเหี่ยวย่น ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนั่นคือ กลูต้าไธโอน ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับกลูต้าไธโอนกันก่อนดีกว่า กลูต้าไธโอนนั้น มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยกรดอะมิโนที่สำคัญ 3 ชนิด คือ ซิสเตอิน (Cystein), ไกลซิน (Glycine) และ กลูตาเมท (Glutamate) ตัวกลูต้าไธโอนนั้น ร่างกายสามารถผลิตได้เอง โดยพบมากบริเวณตับ ทำหน้าที่ในการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระ (Free radicals) ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และที่สำคัญยังช่วยตับในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย</p>
<h2 style="font-size: 140%;">การใช้กลูต้าไธโอนในทางการแพทย์</h2>
<p>สำหรับในทางการแพทย์ มีการนำกลูต้าไธโอนมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ภาวะเป็นหมันในเพศชาย ปลายเส้นประสาทอักเสบ มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก รักษาด้วยวิธีการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำหรือที่กล้ามเนื้อ พบว่าจากการรักษาด้วยกลูต้าไธโอนนั้น เกิดผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยคือ ผู้ป่วยมีสีผิวที่ขาวขึ้น เป็นผลมาจากกลูต้าไธโอนสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) ได้ ส่งผลให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว ด้วยเหตุนี้เองจึงมีผู้พยายามนำผลข้างเคียงของยามาใช้ในการทำให้จุดด่างดำลดเลือน และช่วยให้ผิวขาวขึ้น</p>
<blockquote><p>แต่ก่อนนั้น กลูต้าไธโอน จะใช้เพื่อการรักษาในทางการแพทย์ แต่ด้วยผลข้างเคียงที่ทำให้ผิวของผู้ป่วยมีสีขาวขึ้น จึงทำให้ในปัจจุบันนี้ได้มีการเอามาใช้เพื่อเป็นตัวช่วยในการเพิ่มความขาวให้กับผิว</p></blockquote>
<h3 style="font-size: 110%;">ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอน</h3>
<p>จากสาเหตุดังกล่าวจึงมีผู้ทำการสังเคราะห์กลูต้าไธโอน เพื่อนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวขาวขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์กลูต้าไธโอนที่นิยมในปัจจุบันนั้น ได้แก่ กลูต้าไธโอนแบบกิน และกลูต้าไธโอนแบบฉีด สำหรับแบบกินนั้น กลูต้าไธโอนจะอยู่ในรูปของกรดอมิโน คือ อมิโนแอซิด เอ็นอะซิทิลซิสเตอีน (N-acetyl-cysteine) ซึ่งจะถูกดูดซึมเข้าสู่ทางเดินอาหารได้ง่าย และจะไปรวมตัวกับโปรตีนอีก 2 ชนิด คือ อะมิโนแอซิด ไกลซิน (Glycine) และ กลูตาเมท (Glutamate) ผลจากการรวมตัวกันของอมิโนแอซิดเหล่านี้ จะทำให้เกิดเป็นโมเลกุลกลูต้าไธโอนในกระแสเลือดขึ้น สำหรับกลูต้าไธโอนแบบกินนั้น ทางองค์การอาหารและยาอนุญาตให้ขายเป็นอาหารเสริมกลูต้าไธโอนเท่านั้น เนื่องจากเป็นเพียงสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กลูต้าไธโอน</p>
<h3 style="font-size: 110%;">กลูต้าไธโอนแบบฉีด คืออะไร</h3>
<p>ในส่วนของกลูต้าไธโอนแบบฉีด จะใช้วิธีการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ แต่เนื่องจากการที่ผิวขาวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลข้างเคียงของยากลูต้าไธโอนที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น สำหรับผู้ที่หวังผลในการรักษา จำเป็นที่จะต้องได้รับการฉีดซ้ำเป็นระยะ อย่างไรก็ตามถ้าหากได้รับปริมาณกลูต้าไธโอนที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดอาการแพ้ยาจนถึงขั้นช็อกและอาจทำให้เสียชีวิตเฉียบพลัน หรือหากสะสมอยู่ในร่างกายเป็นระยะนาน ก็อาจจะส่งผลข้างเคียงขึ้นกับร่างกายได้ เช่น มึนงง ปวดหัว ตาพล่ามัว และอาจมีสารตกค้าง ทำให้เป็นนิ่วที่ไตและกระเพาะปัสสาวะได้</p>
<blockquote><p>เนื่องจากผลข้างเคียงที่ทำให้ผิวขาวเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น จึงทำให้ต้องมีการฉีดซ้ำเป็นประจำ ซึ่งต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้ร่างกายของเรามีปริมาณกลูต้าไธโอนที่มากเกินไป</p></blockquote>
<p>ในปัจจุบัน กลูต้าไธโอนยังไม่ผ่านการรับรองข้อบ่งใช้โดยองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาสำหรับทำให้ผิวขาว เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาที่น่าเชื่อถือ ที่จะยืนยันหรือรับรองได้ว่ากลูต้าไธโอนนั้นมีคุณสมบัติที่ช่วยทำให้ผิวขาว และสามารถช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนผิวได้จริง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา จึงควรศึกษาข้อมูลและข้อควรระวังให้ละเอียดก่อนการใช้ยาทุกครั้ง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th/ipl-solutions/can-glutathione-help-brighter-skin/">กลูต้าไธโอน มีประโยชน์และช่วยให้ผิวขาวจริงไหม?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th">My CMS</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pione.co.th/ipl-solutions/can-glutathione-help-brighter-skin/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความแตกต่างของ เวชสำอาง และ เครื่องสำอาง</title>
		<link>https://pione.co.th/ipl-solutions/difference-between-cosmeceuticals-and-cosmetics/</link>
					<comments>https://pione.co.th/ipl-solutions/difference-between-cosmeceuticals-and-cosmetics/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[PiOne]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 May 2017 12:02:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วิธีลดรอยด่างดำ]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับการดูแลผิว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pione.co.th/?p=9342</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวชสำอาง คืออะไร? เวชสำอาง (Cosmeceuticals) คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประเภทหนึ่ง ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับเครื่องสำอาง แต่รวมเอาคุณสมบัติและความสามารถในการรักษาอาการผิดปกติต่างๆ เช่น สิว, ริ้วรอย, จุดด่างดำ, ฝ้า-กระ ให้กับผิวเช่นเดียวกับยาเข้าไปด้วย ทำให้มีฤทธิ์ในการรักษาและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังได้ โดยไม่จัดว่าเวชสำอางเป็นยา เครื่องสำอาง คืออะไร? เครื่องสำอาง (Cosmetics) คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาด ขัด นวด ทา ถู พอก และอีกหลายรูปแบบเพื่อให้เกิดความสวยงาม โดยคุณสมบัติของเครื่องสำอางนั้น ไม่สามารถรักษา บำบัด บรรเทา หรือมีฤทธิ์ในการรักษาและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังได้ แต่สามารถที่จะใช้สำหรับการปกปิดจุดด่างดำต่างๆบนผิวของเราได้ เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ คือ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของเคมีภัณฑ์หรือสารเคมีที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอันตรายต่อผิว ทำให้การกำกับดูแลมีความเข้มงวดมากเป็นพิเศษ โดยก่อนการผลิตหรือนำเข้ามาจัดจำหน่ายนั้น ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษเสียก่อน เครื่องสำอางควบคุม เครื่องสำอางควบคุม คือ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของเคมีภัณฑ์หรือสารเคมีที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อผิวเช่นเดียวกับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ แต่ความเสี่ยงนั้นมีน้อยกว่า แม้จะเป็นเช่นนั้น การกำกับดูแลก็ยังคงมีความเข้มงวดมากเป็นพิเศษเช่นกัน โดยก่อนการผลิตหรือนำเข้ามาจัดจำหน่าย ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับเครื่องสำอางควบคุมก่อนเช่นเดียวกับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษทุกประการ เครื่องสำอางทั่วไป เครื่องสำอางทั่วไป คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th/ipl-solutions/difference-between-cosmeceuticals-and-cosmetics/">ความแตกต่างของ เวชสำอาง และ เครื่องสำอาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th">My CMS</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 style="font-size: 140%;">เวชสำอาง คืออะไร?</h2>
<p>เวชสำอาง (Cosmeceuticals) คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประเภทหนึ่ง ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับเครื่องสำอาง แต่รวมเอาคุณสมบัติและความสามารถในการรักษาอาการผิดปกติต่างๆ เช่น สิว, ริ้วรอย, จุดด่างดำ, ฝ้า-กระ ให้กับผิวเช่นเดียวกับยาเข้าไปด้วย ทำให้มีฤทธิ์ในการรักษาและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังได้ โดยไม่จัดว่าเวชสำอางเป็นยา</p>
<h2 style="font-size: 140%;">เครื่องสำอาง คืออะไร?</h2>
<p>เครื่องสำอาง (Cosmetics) คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาด ขัด นวด ทา ถู พอก และอีกหลายรูปแบบเพื่อให้เกิดความสวยงาม โดยคุณสมบัติของเครื่องสำอางนั้น ไม่สามารถรักษา บำบัด บรรเทา หรือมีฤทธิ์ในการรักษาและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังได้ แต่สามารถที่จะใช้สำหรับการปกปิดจุดด่างดำต่างๆบนผิวของเราได้</p>
<h3 style="font-size: 110%;">เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ</h3>
<p>เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ คือ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของเคมีภัณฑ์หรือสารเคมีที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอันตรายต่อผิว ทำให้การกำกับดูแลมีความเข้มงวดมากเป็นพิเศษ โดยก่อนการผลิตหรือนำเข้ามาจัดจำหน่ายนั้น ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษเสียก่อน</p>
<h3 style="font-size: 110%;">เครื่องสำอางควบคุม</h3>
<p>เครื่องสำอางควบคุม คือ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของเคมีภัณฑ์หรือสารเคมีที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อผิวเช่นเดียวกับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ แต่ความเสี่ยงนั้นมีน้อยกว่า แม้จะเป็นเช่นนั้น การกำกับดูแลก็ยังคงมีความเข้มงวดมากเป็นพิเศษเช่นกัน โดยก่อนการผลิตหรือนำเข้ามาจัดจำหน่าย ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับเครื่องสำอางควบคุมก่อนเช่นเดียวกับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษทุกประการ</p>
<h3 style="font-size: 110%;">เครื่องสำอางทั่วไป</h3>
<p>เครื่องสำอางทั่วไป คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่ไม่มีส่วนผสมของเคมีภัณฑ์หรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิว มีคุณสมบัติในการทำความสะอาด ระงับกลิ่นและประทินผิว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสวยงามและบำรุงผิวพรรณ รวมถึงการเติมสารบางชนิดเข้าไป เพิ่มให้สามารถที่จะช่วยปกปิดจุดด่างดำหรือริ้วรอยต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<h2 style="font-size: 140%;">วิธีการเลือกซื้อเครื่องสำอางและเวชสำอางให้เหมาะกับตัวเอง</h2>
<p>การเลือกซื้อเครื่องสำอางและเวชสำอางในทุกวันนี้นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่สะดวก ง่ายดายและสามารถหาซื้อได้ไม่ยาก ส่งผลให้การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องสำอางหรือเวชสำอางจำเป็นต้องตรวจสอบและพิจารณาให้ถี่ถ้วนทุกครั้งก่อนการซื้อ เพื่อความปลอดภัยหลังใช้ โดยมีวิธีการพิจารณา ดังนี้<br />
&#8211; เลือกเครื่องสำอางหรือเวชสำอางที่มีความปลอดภัยและได้รับการรับรองคุณภาพและมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.<br />
&#8211; พิจารณาส่วนผสมสำคัญ หากพบว่ามีส่วนผสมที่เป็นอันตรายควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในเวชสำอาง เครื่องสำอางควบคุมและเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ</p>
<h3 style="font-size: 110%;">เลือกซื้อเครื่องสำอางหรือเวชสำอางที่เหมาะสมกับสภาพผิวและสภาพเส้นผมของตนเอง</h3>
<p>ทดสอบการแพ้เครื่องสำอางและเวชสำอางทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ แม้จะไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายและมี อย.ก็ตาม<br />
เลือกซื้อเครื่องสำอางและเวชสำอางจากแหล่งขายที่มีความน่าเชื่อถือหรือเป็นตัวแทนแบรนด์นั้นๆ อย่างถูกต้อง<br />
สิ่งเหล่านี้คือวิธีการเลือกซื้อเครื่องสำอางและเวชสำอางที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้มากที่สุด ยิ่งทุกคนเห็นความแตกต่างของเครื่องสำอางกับเวชสำอางชัดเจนอย่างนี้แล้ว การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องสำอางหรือเวชสำอางที่เหมาะสมกับตนเองจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายหลังใช้ได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th/ipl-solutions/difference-between-cosmeceuticals-and-cosmetics/">ความแตกต่างของ เวชสำอาง และ เครื่องสำอาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th">My CMS</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pione.co.th/ipl-solutions/difference-between-cosmeceuticals-and-cosmetics/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวแก้ไขอย่างไร</title>
		<link>https://pione.co.th/ipl-solutions/how-to-solve-dark-spot-and-scar-from-acne/</link>
					<comments>https://pione.co.th/ipl-solutions/how-to-solve-dark-spot-and-scar-from-acne/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[PiOne]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 May 2017 03:37:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วิธีลดรอยด่างดำ]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับการดูแลผิว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://pione.co.th/?p=9176</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิว เรื่องธรรมชาติที่มักจะพบเจอกันอยู่เสมอ และหนึ่งในปัญหาหนักอกหนักใจจากสิวนั้น นั่นก็คือ การเกิดรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการอักเสบของสิว ส่งผลให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อขึ้น โดยเนื้อเยื่อบริเวณนี้จะเกิดการสมานตัวกัน ทำให้ผิวเกิดเป็นรอยดำหรือรอยแผลเป็นขึ้น โดยปกติแล้วรอยดำหรือรอยแผลเป็นจากสิวนั้น สามารถเกิดได้กับคนทุกเชื้อชาติ ทุกสีผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเอเชีย อาจจะเกิดรอยดำขึ้นง่ายและค่อนข้างเด่นชัดกว่าคนเชื้อชาติอื่น รอยดำหรือรอยแผลเป็นจากสิวนั้น ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลว่าจะเป็นอันตรายแต่อย่างใด เพียงแต่อาจจะดูไม่สวยงาม หรือเสียเวลาใช้คอนซีลเลอร์มาช่วยปกปิดรอยเหล่านี้กันพอสมควรเท่านั้นเอง สำหรับรอยดำและรอยแผลเป็นเหล่านี้จะค่อยๆ จางหายได้เองตามธรรมชาติ อาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน หรือนานถึงขั้นเป็นปีๆ เลยก็เป็นได้ โดยเฉพาะสิวที่มีการอักเสบที่ค่อนข้างลึก หรือมีระยะเวลาในการเป็นสิวที่นาน ก็เป็นผลให้รอยดำและแผลนั้น อยู่นานขึ้นกว่าปกติ และในคนที่มีสีผิวที่เข้ม ก็อาจทำให้มีรอยแผลเป็นที่ดำคล้ำกว่า การดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดสิวเป้นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ดังนั้นเราจึงควรที่จะบำรุงผิวให้มีสุขภาพอยู่ตลอดเวลา วิธีการป้องกันและรักษารอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ในการลดปัญหาเรื่องรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวนั้น สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ ด้วยวิธีที่หลากหลาย อาจจะเริ่มจากการที่ดูแลผิวหนังเมื่อมีการเกิดสิว โดยไม่ไปแกะหรือเกาหัวสิวเป็นอันขาด เพื่อลดการเกิดรอยช้ำขึ้นบนผิวหนัง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบของสิว แต่ถ้าหากสิวเกิดอักเสบขึ้นมาแล้วให้รักษาด้วยการทายาสิวประเภทฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อที่มากกว่าเดิม หากสิวหายแล้วแต่ยังคงทิ้งรอยแดงจากสิว จุดด่างดำ หรือรอยแผลเป็นอยู่นั้น ก็ให้ทาครีมบำรุงผิว เพื่อช่วยบำรุงผิว ให้ความชุ่มชื้น และในทุกครั้งที่ออกจากบ้านควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เนื่องจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตที่อยู่ในแสงแดดนั้น จะส่งผลให้รอยดำจากสิวหายช้าลง เลือกใช้ครีมกันแดดเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรอยแดงบนผิวของเรา ทุกครั้งที่ต้องเจอกับแสงแดดจึงควรปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 15 [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th/ipl-solutions/how-to-solve-dark-spot-and-scar-from-acne/">รอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวแก้ไขอย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th">My CMS</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สิว เรื่องธรรมชาติที่มักจะพบเจอกันอยู่เสมอ และหนึ่งในปัญหาหนักอกหนักใจจากสิวนั้น นั่นก็คือ การเกิดรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการอักเสบของสิว ส่งผลให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อขึ้น โดยเนื้อเยื่อบริเวณนี้จะเกิดการสมานตัวกัน ทำให้ผิวเกิดเป็นรอยดำหรือรอยแผลเป็นขึ้น โดยปกติแล้วรอยดำหรือรอยแผลเป็นจากสิวนั้น สามารถเกิดได้กับคนทุกเชื้อชาติ ทุกสีผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเอเชีย อาจจะเกิดรอยดำขึ้นง่ายและค่อนข้างเด่นชัดกว่าคนเชื้อชาติอื่น รอยดำหรือรอยแผลเป็นจากสิวนั้น ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลว่าจะเป็นอันตรายแต่อย่างใด เพียงแต่อาจจะดูไม่สวยงาม หรือเสียเวลาใช้คอนซีลเลอร์มาช่วยปกปิดรอยเหล่านี้กันพอสมควรเท่านั้นเอง สำหรับรอยดำและรอยแผลเป็นเหล่านี้จะค่อยๆ จางหายได้เองตามธรรมชาติ อาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน หรือนานถึงขั้นเป็นปีๆ เลยก็เป็นได้ โดยเฉพาะสิวที่มีการอักเสบที่ค่อนข้างลึก หรือมีระยะเวลาในการเป็นสิวที่นาน ก็เป็นผลให้รอยดำและแผลนั้น อยู่นานขึ้นกว่าปกติ และในคนที่มีสีผิวที่เข้ม ก็อาจทำให้มีรอยแผลเป็นที่ดำคล้ำกว่า</p>
<blockquote><p>การดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดสิวเป้นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ดังนั้นเราจึงควรที่จะบำรุงผิวให้มีสุขภาพอยู่ตลอดเวลา</p></blockquote>
<h2 style="font-size: 140%;">วิธีการป้องกันและรักษารอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว</h2>
<p>ในการลดปัญหาเรื่องรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวนั้น สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆ ด้วยวิธีที่หลากหลาย อาจจะเริ่มจากการที่ดูแลผิวหนังเมื่อมีการเกิดสิว โดยไม่ไปแกะหรือเกาหัวสิวเป็นอันขาด เพื่อลดการเกิดรอยช้ำขึ้นบนผิวหนัง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบของสิว แต่ถ้าหากสิวเกิดอักเสบขึ้นมาแล้วให้รักษาด้วยการทายาสิวประเภทฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อที่มากกว่าเดิม หากสิวหายแล้วแต่ยังคงทิ้งรอยแดงจากสิว จุดด่างดำ หรือรอยแผลเป็นอยู่นั้น ก็ให้ทาครีมบำรุงผิว เพื่อช่วยบำรุงผิว ให้ความชุ่มชื้น และในทุกครั้งที่ออกจากบ้านควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เนื่องจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตที่อยู่ในแสงแดดนั้น จะส่งผลให้รอยดำจากสิวหายช้าลง</p>
<h3 style="font-size: 110%;">เลือกใช้ครีมกันแดดเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรอยแดงบนผิวของเรา</h3>
<p>ทุกครั้งที่ต้องเจอกับแสงแดดจึงควรปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 15 ที่สามารถกันได้ทั้ง UVA และ UVB และที่สำคัญคือ ในการเลือกใช้ครีมกันแดดนั้น ควรเลือกใช้ครีมกันแดดประเภทที่ไม่ทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวได้ ในการรักษารอยดำจากสิวนั้นสามารถทำได้โดยการใช้ครีมลดเลือนรอยดำประเภทกรดผลไม้ (Alpha Hydroxy Acid – AHA) ที่ช่วยเร่งให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือเลือกใช้ครีมประเภทฟอกผิวขาว (Bleaching Agent) เช่น กรดวิตามินเอ และไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) หรือครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ (Steroid) มาช่วยในการลดรอยแผลเป็นจุดด่างดำ แต่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด หรือหากต้องการให้รอยดำหายอย่างเร่งด่วนทันใจ การกำจัดออกด้วยเลเซอร์ หรือการกรอผิวหน้าด้วยเกร็ดอัญมณี (Crystal Peel) ก็เป็นอีกวิธีที่นิยมใช้กัน แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และผลที่ได้นั้นขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องมือ รวมถึงความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา และอีกวิธีที่ง่ายที่สุดคือ การดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และช่วยลดเลือนรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวให้ดูจากลงอีกด้วย</p>
<blockquote><p>การเลือกใช้กรดวิตามินเอ หรือ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ (Steroid) ผู้ใช้ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลเสียทำให้ผิวหน้าของเราบางลงและแพ้สารเคมีต่างๆได้ง่าย</p></blockquote>
<p>วิธีง่ายๆ สำหรับใช้พอกหน้าเพื่อลดรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ทำได้โดยการผสมโยเกิร์ต น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง ในสัดส่วน 3:1:1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้เป็นเวลา 15-20 นาที เน้นบริเวณที่มีรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด ทำติดต่อกันสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็จะช่วยให้ผิวหน้ากลับมาดูกระจ่างใส ไร้รอยดำและรอยแผลเป็นให้กวนใจ</p>
<h2 style="font-size: 140%;">IPL Home use สามารถช่วยรักษารอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวได้ง่ายๆ</h2>
<p>นอกจากนั้นการเลือกใช้งานเครื่อง IPL Home use เข้ามาเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวก็สามารถที่จะช่วยทำให้ รอยดำจากสิว และ รอยแผลเป็นจากสิว ลดเลือนหมดไปจากผิวของเราได้ เนื่องจากคลื่นแสง Xtensive Flash mี่ได้ถูกออกแบบมาให้สามารถลงลึกไปได้ถึงชั้นผิว สามารถที่ลงไปจัดการกับ <a style="color: #0000ff;" href="http://pione.co.th/ipl-solutions/freckle/what-is-melanin/" target="_blank"><u>เมลานิน (Melanin)</u></a> ในชั้นผิวที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดจุดด่างดำได้ และนอกจากนั้นยังสามารถที่จะช่วยฟื้นฟูในการผลิตคอลลาเจนที่จะช่วยทำให้ชั้นผิวของเรานั้นเรียบเนียนและลดเลือนรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเลือกใช้งาน IPL ใช้งานที่บ้านกับทาง PiOne ก็ยังสามารถที่จะช่วยทำให้ผู้ใช้มีการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับสุขภาพผิวที่ดี เนื่องจากสามารถที่จะทำ IPL ได้อย่างต่อเนื่อง และยังครอบคลุมปัญหาผิวอื่นๆอีกมากมายทั้ง สิว, ริ้วรอย, ฝ้า-กระ หรือ รอยดำและรอยแดงบนผิว ก็สามารถที่จะใช้เครื่อง IPL มาดูแลรักษาได้ทั้งหมด ในการยิงผิวเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ใช้ได้แม้ผิวบอบบาง ด้วยนวัตกรรมแห่งแสงที่เติมเต็มความงามให้กับการดูแลผิวสวยสุขภาพดีของเรา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th/ipl-solutions/how-to-solve-dark-spot-and-scar-from-acne/">รอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวแก้ไขอย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://pione.co.th">My CMS</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pione.co.th/ipl-solutions/how-to-solve-dark-spot-and-scar-from-acne/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
