มาทำความรู้จักเกี่ยวกับการฉีดโบท๊อกซ์กันดีกว่า

ในโลกของเราใบนี้มีแบคทีเรียอยู่มากมาย บางชนิดเป็นแบคทีเรียที่มีโทษต่อมนุษย์บางชนิดกลับมีประโยชน์ แต่แบคทีเรียที่เราจะมารู้จักกันในวันนี้นั้นมีทั้งโทษและประโยชน์แก่มนุษย์ในเวลาเดียวกัน แบคทีเรียที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้มีชื่อว่า “ครอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum)” แบคทีเรียดังกล่าวจะสร้างโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อ “โบทูลินั่ม ท๊อกซิน เอ (Botulinium toxin A)” ออกฤทธิ์ขัดขวางการหลั่งสารสื่อประสาทของเซลล์ประสาทส่วนปลาย กล้ามเนื้อส่วนนั้นๆจึงเป็นอัมพาตชั่วคราวประมาณ 3-10 วัน ในบางรายที่มีอาการรุนแรงมักเกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อกระบังลมหยุดทำงาน ผู้ได้รับเชื้อจึงหายใจไม่สะดวกหรืออาจหยุดหายใจได้ โดยมากเราสามารถพบเชื้อนี้ได้ในอาหารกระป๋องที่ไม่ได้มาตรฐาน

แต่เชื่อไหมว่ามนุษย์เราสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้จากการสังเกตที่เป็นเยี่ยม แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการสังเกตหลักการยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทของเชื้อตัวนี้ และนำมาพัฒนาเพื่อรักษาโรคได้แทน ในช่วงแรกนั้นเรานำสาร โบทูลินั่ม ท๊อกซิน เอ มาใช้ในการรักษาโรคตาเหล่ และพัฒนาต่อมาจนกระทั่งพบว่า สามารถแก้ปัญหาการเกร็งตัวของมัดกล้ามเนื้อบนใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของรอยย่น ส่งผลให้ริ้วรอยบนใบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คิ้ว และรอยย่นรอบดวงตาคลายออก

กล่าวมาถึงตอนนี้บางท่านอาจสงสัยว่า เรากำลังพูดถึงนวัตกรรมความงามประเภทใดกันแน่ ในขณะที่บางท่านอาจพอเดาออกอยู่บ้างแล้ว ว่าเรากำลังพูดถึง “โบท๊อกซ์ (Botox)” ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของ โบทูลินั่ม ท๊อกซิน เอ ซึ่งผลิตโดยประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นเจ้าแรกของโลกมานานกว่า 50 ปีแล้ว นวัตกรรมความงามของโบท๊อกซ์ในยุคแรกๆนั้นถูกนำมาฉีดเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการระงับกลิ่นกายหรือเพิ่มความมั่นใจ โดยการฉีดโบท๊อกซ์เข้าไปบริเวณรักแร้/ฝ่ามือ เพื่อขัดขวางการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้ร่างกายสามารถผลิตเหงื่อได้ลดน้อยลง จนมาถึงการยกกระชับผิวหน้า ช่วยลดริ้วรอย และยังทำให้หน้าเรียวเล็กลงอีกด้วย

การฉีดโบท๊อกซ์มีอันตรายหรือผลข้างเคียงไหม?

อย่างไรก็ตามหลายๆคนอาจจะมีคำถามว่า เราจะสามารถมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่คงเหลือความเป็นพิษอยู่ในสารที่เราใช้ฉีดเข้าไป ด้วยวิวัฒนาการด้านการผลิตยาที่สะอาดและได้มาตรฐานตามหลักสากล ขั้นตอนการผลิตสารโบท๊อกซ์นั้น มีความปลอดภัยขั้นสูง มีกระบวนการผลิตและสังเคราะห์ตัวยาที่ได้มาตรฐาน มีความบริสุทธิ์และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งยังใช้ปริมาณที่น้อยมากในการแก้ปัญหา 1 จุดบนใบหน้าหรือบริเวณมัดกล้ามเนื้อที่เราต้องการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้สินค้าของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน เราควรเลือกสินค้าจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน และมีการตรวจสอบรับรองจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองเช่นกัน

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการฉีด โบท๊อกซ์ เพื่อแก้ปัญหาบริเวณจุดบกพร่องกัน

– สำรวจตนเองว่าเป็นบุคคลซึ่งอยู่ในกลุ่มที่มีประวัติแพ้ สาร โบทูลินั่ม ท๊อกซิน หรือไม่ ซึ่งอาจตรวจสอบได้โดยพบแพทย์เฉพาะทางด้านภูมิแพ้เพื่อทำการทดสอบก่อนทำ
– เป็นบุคคลคนที่มีประวัติการแพ้ไข่หรือไม่ เนื่องจากในตัวยานั้นมีส่วนประกอบของสารในไข่ขาว (Albumin)
– เป็นบุคคลที่เคยมีประวัติเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือไม่ หากเคยเป็นควรบอกแพทย์ที่จะทำการฉีด เพื่อเป็นข้อมูลแก่แพทย์ ทำการวินิจฉัยว่าจะสามารถทำการฉีดได้หรือไม่
อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งเป็นภาวะเสี่ยงจากการที่ภูมิคุ้มกันลดลงและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาจส่งผลให้ผู้ที่ไม่มีประวัติแพ้ อาจเกิดอาการแพ้อย่างเฉียบพลันขึ้นได้
– ห้ามรับประทานยาแก้อักเสบก่อนการฉีด 1 อาทิตย์ เนื่องจากหากเกิดการผิดปกติ แพทย์จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที
– หยุดการใช้ยากลุ่มวิตามินเอ (Retinoids) หรือสาร AHA หรือการสครับหน้า เนื่องจากอาจทำให้ผิวหนังของหน้าบางลง อาจส่งผลให้เกิดการฟกช้ำได้ง่าย

ผลของการฉีดโบท๊อกซ์ จะมีอายุประมาณ 4-8 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณ และตำแหน่งที่ฉีด อย่างไรก็ตามฤทธิ์ของโบท๊อกซ์สามารถอยู่ในนานขึ้นหากมีการเติมเข้าไปอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 4-5 เดือน การฉีดโบท๊อกซ์จะไม่สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังการฉีด 1-2 วัน แต่จะเริ่มแสดงผลอย่างชัดเจนในวันที่ 3 เป็นต้นไปในกล้ามเนื้อมัดเล็กบริเวณใบหน้า หรือคิ้ว และสามารถแสดงผลในเรื่องการลดเลือนริ้วรอยได้อย่างชัดเจนในสัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไปสำหรับกล้ามเนื้อบริเวณกราม หรือกล้ามเนื้อมัดใหญ่เช่น บริเวณน่อง ทั้งนี้การปฏิบัติตัวหลังการฉีดก็เป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่สามารถละเลยได้เช่นกัน

ข้อควรปฏิบัติที่เราควรทำหลังการฉีดโบท๊อกซ์มีดังนี้

– หลีกเลี่ยงการนอนราบหลังการทำ 2-3 ชม. เนื่องจากส่งผลถึงการกระจายของตัวยาที่อาจผิดตำแหน่งที่คาดไว้
– ขยับกล้ามเนื้อทุกๆ 15 นาทีหลังการฉีด เพื่อกระตุ้นการออกฤทธิ์ของตัวยา
– งดเว้นการโดนความร้อนจากแสงแดดแรงๆ หรือการทำทรีทเมนต์เฉพาะจุดบนใบหน้า
– งดดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากส่งผลให้กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด หลอดเลือดขยายตัวอาจส่งผลต่อมัดกล้ามเนื้อในจุดที่ทำไปได้เช่นกัน

สิ่งที่ทุกคนควรจำไว้เป็นอันดับแรกก่อนการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายคือ เราควรเลือกใช้บริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ได้รับการรับรองจากแพทย์สภา และทำในสถานเสริมความงามหรือโรงพยาบาลที่สะอาด ได้มาตราฐาน อีกทั้งควรศึกษาข้อห้ามและข้อปฏิบัติตนก่อนฉีดโบท๊อกซ์ เพื่อเป็นข้อมูลแจ้งต่อแพทย์ที่ทำการฉีด หรือหลีกเลี่ยงอันตรายอันจะเกิดจากการฉีดโบท๊อกซ์ต่อตนเองได้อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *