ปัญหารอยดำ รอยแดง และรอยแผลเป็นจากสิว

ไม่ว่าจะเป็น รอยดำ รอยแดง หรือ รอยแผลเป็นจากสิว ก็นับว่าเป็นหนึ่งปัญหาใหญ่ที่หลายๆคนอยากจะรักษาให้หมดไปจากใบหน้า เพราะนอกจากที่จะทำให้ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังต้องใช้เวลาในการรักษาที่นานอีกด้วย รวมถึงยังต้องคอยใช้เวลาสำหรับการแต่งหน้าเพื่อปกปิดปัญหาเหล่านี้ด้วย คอนซีลเลอร์ ให้แต่ละวัน โดยวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการจัดการกับปัญหารอยดำ รอยแดง และรอยแผลเป็นจากสิวนี้กันเลย

รอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวเกิดจากอะไร

รอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวเกิดขึ้นจากการรักษาตัวของเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจากการเป็นสิว ซึ่งเนื้อเยื่อเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ก็ถูกการอักเสบของสิวเข้ามาทำให้บริเวณดังกล่าวมีสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ซึ่งบางครั้งรอยเหล่านี้ก็อาจที่จะเกิดได้จากการที่เราพยายามบีบสิวที่จะส่งผลให้ผิวบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายจนกลายเป็นแผลเป็นจากสิวในที่สุด ซึ่งในบางครั้งเราอาจสังเกตได้ว่าทำไมรอยแต่ละรอยนั้นมีสีที่คล้ำที่ไม่เสมอกัน ปัจจัยที่ทำให้รอยแผลเหล่านี้เปลี่ยนเป็นสีคล้ำนั่นก็คือ แสงแดด (Ultraviolet) โดยเราอาจปล่อยให้แสงแดดนั้นสัมผัสกับใบหน้าโดยตรงโดยที่ไม่ป้องกัน ซึ่งรอยดำและรอยแผลเป็นที่ไม่ลึกมากสามารถที่จะจางหายไปได้เอง แต่ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรเลยทีเดียว

การบีบสิวที่รุนแรงและไม่ถูกวิธีเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ดังนั้นเราจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้

รอยแดงจากสิวเกิดจากอะไร

รอยแดงเกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังหลังจากการอักเสบของสิว ดังนั้นร่างกายจึงต้องนำเอาสารอาหารต่างๆเข้ามาซ่อมแซมผ่านทางหลอดเหลือ แต่เมื่อใบบริเวณดังนกล่าวนั้นไม่มีเส้นเลือดทำให้ร่างกายจึงจำเป็นต้องสร้างเส้นเลือดฝอยขึ้น เพื่อให้สามารถที่จะลำเลียงสารอาหารต่างๆเข้ามายังช่วยที่เกิดการอักเสบได้ แต่เมื่อสิวหายไปเส้นเลือดที่ร่างกายได้สร้างขึ้นมานั้นยังคงอยู่ ทำให้เกิดเป็นรอยแดงในชั้นผิวของเรา ซึ่งการปล่อยทิ้งเอาไว้เพื่อให้รอยแดงเหล่านี้หายไปเองนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะร่างกายของเราไม่มีระบบการทำลายเส้นเลือดเหล่านี้โดยธรรมชาติ แต่อาจที่จะช่วยทำให้รอยแดงเหล่านี้จางลงไปได้เท่านั้น

วิธีการแก้ปัญหาและรักษารอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นจากสิว

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids)

สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดจุดด่างดำจากรอยแผลสิวได้เป็นอย่างดี โดย วิตามิน เอ (Retinol) ที่เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้สามารถที่จะช่วยผลัดเซลล์เคราติน (Keratin) ในชั้นผิวให้หลุดออกและเสริมสร้างเซลล์ผิวชั้นที่ลึกทำให้รอยต่างๆค่อยๆจางลง หรือสำหรับผู้ที่ผิวบอบบางก็สามารถเลือกใช้ อนุพันธ์ของวิตามินเอ (Retinoid) ที่มีความเข้มข้นน้อยกว่า Retinol และทำให้เกิดการระคายเคืองได้น้อยกว่ามาใช้ดูก่อนก็ได้

ข้อควรระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ นั่นก็คือทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ (Teratogenic effect) ได้ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่มีส่วนผสมของสารเหล่านี้อย่างเด็ดขาด

การลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ (Chemical Peeling)

เป็นการใช้กรดผลไม้ (AHA), Trichloracetic acid (TCA) เข้ามาช่วยในการรักษาโดยการทำให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยทำให้รอยดำ รอยแดง และรอยแผลเป็นจากสิวหายไปได้

การรักษาด้วยเครื่องไอพีแอล (Intense Pulse Light – IPL)

เป็นการใช้พลังงานของคลื่นแสงในช่วงคลื่นความถี่ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาปัญหาผิวมาช่วยในการรักษา โดยการทำ IPL นั้นสามารถที่จะลงลึกได้ถึงชั้นผิวโดยที่ไม่เป็นการทำร้ายผิว โดยแสง IPL ที่มี Xtensive Flash นั้นสามารถที่จะจัดการปัญหาในเรื่องของ สิว, รอยดำจากสิว, รอยแดงจากสิว, รอยแผลเป็นจากสิว, ริ้วรอย, ฝ้า-กระ, จุดด่างดำ และ กระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ได้ในการยิงแต่ละครั้ง ไม่ต้องใช้เวลาในการพักผิวนานจึงสามารถที่จะทำได้อย่างต่อเนื่อง สามารถรักษาปัญหาต่างๆได้พร้อมกับการดูแลผิวจึงทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การรักษาด้วยเลเซอร์

ส่วนมากนิยมนำการรักษาด้วยเลเซอร์มาใช้ในการรักษารอยแผลเป็นจากสิวที่เป็นหลุมลึก เพราะเลเซอร์เป็นพลังงานคลื่นแสงที่มีความเข้มข้นสูงสามารถที่จะทำลายเซลล์ผิวใบบริเวณที่เป็นหลุมลึกได้ดี จึงทำให้เป็นการกระตุนเพื่อให้ร่างกายของเราสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่แทนทดเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย จึงทำการรักษาด้วยเลเซอร์สามารถเห็นผลได้ง่ายและรวดเร็วกว่าการรักษาในรูปแบบอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยเลเซอร์ก็เป็นการทำร้ายผิวโดยตรง และหลังจากใช้การรักษาวิธีนี้แล้วจะต้องมีการพักผิว รวมถึงต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติต่างๆเข้ามาช่วย

เราสามารถที่จะนำเอาผลไม้และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเข้ามาช่วยในการรักษารอยดำ รอยแดง และรอยแผลเป็นจากสิวได้ โดยการนำเอามาทาทพักไว้บนผิวหน้าของเราเป็นเวลาประมาณ 15-20 นาที ก็สามารถที่จะช่วยทำให้รอยเหล่านี้ค่อยลดเลือนไปได้เช่นกัน ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้ทั้ง น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มะนาว และ ว่านหางจระเข้ มาเป็นตัวช่วยในการจัดการกับรอยต่างๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *