การทำ IPL แตกต่างจากการทำ Laser เพราะ “IPL ไม่ใช่ Laser”

“IPL ไม่ใช่ Laser” Laser คือ เลเซอร์ IPL คือ ไอพีแอล แต่หลายคนมักจะเข้าใจผิดแล้วเรียกรวมกันว่าเลเซอร์ IPLซึ่งคนเรียกอาจจะต้องการหมายถึงเครื่องไอพีแอลอย่างเดียวเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วหลักการทำงานคลื่นแสงทั้งสองอย่างนั้นแตกต่างกัน มารู้จักคลื่นแสง IPLและคลื่นแสง Laser ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิดเวลาพูดถึงไอพีแอลและเลเซอร์อีกต่อไป

IPL กับเลเซอร์แตกต่างกันอย่างไร?

IPL (Intense Pulse Light) เป็นแสงที่มีช่วงคลื่นที่กว้างกว่าเลเซอร์โดยความยาวคลื่นเริ่มตั้งแต่ 420 nm ถึง 1200 nm จึงใช้รักษาปัญหาของผิวครอบคลุมได้หลายอย่าง ในการทำครั้งเดียว เพราะปัญหาผิวทั้งหลายบนใบหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องริ้วรอย รูขุมขนกว้าง สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดงต่าง ๆ ต้องใช้ความยาวคลื่นไม่เท่ากัน แต่สามารถรักษาได้ในช่วงคลื่นของแสงไอพีแอล และ IPL มีความเข้มข้นแสงน้อยกว่าเลเซอร์ แล้วคลื่นแสงไอพีแอลช่วยได้อย่างไร จะอธิบายได้ดังนี้

IPL แต่ละช่วงคลื่นมีความแตกต่างกัน เลือกช่วงคลื่นที่คุณต้องการ

IPL ช่วยรักษาสิว จัดการสิวจากต้นเหตุ ลดการเกิดสิวอักเสบได้ที่ระดับความยาวคลื่นช่วง 420 nm – 1200 nm

พลังงานแสงจากเครื่อง IPL จะลงลึกเข้าไปทำลายเชื้อสิวที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium Acnes หรือ P. Acnes เมื่อลำแสงไอพีแอล ในช่วงคลื่น 420 – 1200 นาโนเมตร ลงไปถึงสามารถทำลายสารเป้าหมายที่แบคทีเรียสร้างขึ้น ได้แก่ endogenous porphyrin ทำให้ลดการอักเสบของสิว และลดการเกิดสิว

IPL ช่วยลดเลือนจุดด่างดำฝ้า กระ และสลายเมลานินต้นเหตุของหน้าหมองคล้ำได้ที่ระดับความยาวคลื่นช่วง 480 nm – 1200 nm

ลำแสงคลื่น IPL จะไวต่อสีผิวเข้มจึงดูดซึมแสงได้ดี ซึ่งไม่เหมาะกับคนที่มีผิวคล้ำมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดการ burn ผิวได้ และนั่นเองคือหลักการที่ใช้ทำลายเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ในชั้นผิว ทำให้เมลานินสลายไป ฝ้า กระลดลง ผิวค่อย ๆ กลับมากระจ่างใสได้อีกครั้ง

IPL ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรูขุมขนกระชับ ริ้วรอยและหลุมสิวดูตื้นขึ้นได้ที่ระดับความยาวคลื่นช่วง 560 nm – 1200 nm

พลังงานแสงจากเครื่อง IPL ลงลึกไปยังชั้นผิวใต้ผิวหนังกำพร้า ทำให้เซลล์ที่ได้รับพลังงานแสงในช่วงคลื่น 560 – 1200 นาโนเมตรถูกทำลายไป ร่างกายจึงกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน (collagen) ขึ้นมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไป ส่งผลดีต่อผิวทำให้ผิวแน่นขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น และลดร่องริ้วรอย อีกทั้งหลุมสิวดูตื้นขึ้นได้อีกง

IPL ช่วยลดเลือนรอยแดง และรอยแผลเป็นจากสิวได้ที่ระดับความยาวคลื่นช่วง 590 nm – 1200 nm

ใช้หลักการ Selective Absorption ที่หมายถึงการเลือกดูดซึมของฮีโมโกลบิน พบได้ในรอยแดง รอยแผลเป็นจากสิว และน้ำในเซลล์ ดูดซับแสง ทำให้รอยแดง รอยแผลเป็นจากสิวดูจางลงไปเรื่อย ๆ

IPL ช่วยกำจัดขนถาวร ลดการงอกใหม่ของเซลล์รากขน (Hair follicle) ที่ระดับความยาวคลื่นช่วง 650 nm – 1200 nm

ใช้หลักการ Selective Photothemolysis ของเมลานินในเส้นขนที่ทำการดูดซับแสงธรรมชาติ IPL เข้าไปแล้วลงไปทำลายเซลล์รากขน ทำให้เซลล์รากขนอ่อนแอลง ขนจึงหลุดร่วงไป และเมื่องอกขึ้นมาใหม่ ขนก็จะไม่แข็งแรง ขนค่อยๆ บางลง จนไม่สามารถงอกขึ้นมาได้อีก แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง ประมาณ 18 – 24 เดือน เซลล์รากขนจะกลับมาแข็งแรงและงอกขนขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้นก็สามารถทำการยิงแสง ipl ได้อีกครั้ง

 

Laser เป็นแสงที่เป็นคลื่นเดียว หรือช่วงคลื่นแคบ มีความเข้มข้นสูง

จึงเหมาะกับการใช้สำหรับรักษาปัญหาเฉพาะจุด พลังงานแสงเลเซอร์ สามารถใช้ได้กับหลายอุตสาหกรรมผ่านเครื่อง Fractional Laser โดยที่เลเซอร์จะเป็นลำแสงที่มีขนาดเล็ก และสามารถระบุความยาวคลื่นได้เห็นลำแสงออกมาได้หลายสี ขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น เช่น เลเซอร์สีแดง มีความยาวคลื่น 635 นาโนเมตรสีเขียวมีความยาวคลื่น 532 นาโนเมตรและสีม่วง-น้ำเงิน มีความยาวคลื่น 445 นาโนเมตร เป็นต้น ซึ่งเลเซอร์จะมีค่าพลังงานแสงเข้มข้นสูงมากกว่า IPL มาก จึงไม่สามารถให้คนทั่วไปทำได้ ต้องเป็นแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางเท่านั้น

เลเซอร์รักษาสิวอุดตันเฉพาะจุด

การใช้นวัตกรรมแสงเพื่อรักษาสิวอุดตันเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะเป็นทางลัดในการักษาสิวที่แก้ไขยาก จึงมาแทนการใช้ยาทาที่มีกรด salicylic acid หรือไม่ต้องทำ treatment หน้าแบบเดิมอีก ส่วนใหญ่การทำเลเซอร์จึงเพื่อแก้ปัญหาสิวเฉพาะจุด จะใช้กับการกำจัดสิวที่อุดตันมาแล้วเป็นเวลานาน ด้วยพลังงานแสงที่เข้มข้น ตรงจุดมากกว่าการทำไอพีแอล ซึ่งไอพีแอลต้องใช้การสะสมพลังงานด้วยการทำการรักษาด้วยไอพีแอลอย่างต่อเนื่องประมาณหนึ่งเดือน แต่ไม่ทำให้หน้าระคายเคือง และไม่รู้สึกเจ็บเหมือนการทำเลเซอร์ เพียงแต่การทำเลเซอร์หนึ่งครั้งจะต้องพักหน้าต่อประมาณหนึ่งเดือน ถึงจะเผยผิวหน้าใสได้เท่านั้นเอง

เลเซอร์รักษาฝ้า กระ เฉพาะจุด

เนื่องจากเลเซอร์อย่างที่บอกคือสามารถกำหนดความยาวคลื่นได้เฉพาะจุด เป็นคลื่นแสงช่วงแคบมาก จึงทำการรักษาฝ้าได้แต่ด้วยค่าพลังงานแสงที่เข้มขนมากนั้นสิ่งที่ได้รับผลข้างเคียงหลังจากลบรอยฝ้า และกระไปแล้ว ผิวหน้าจะแดงและแพ้แดดมากยิ่งขึ้น เพราะเซลล์ผิวที่มีเม็ดสีเมลานินถูก burn ออกไปมากนั่นเอง

เลเซอร์ขจัดหลุมสิว

การรักษาหลุมสิวนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเซลล์ส่วนที่เป็นหลุมนั้นหลุดหายไปแล้ว การจะทำให้ผิวกลับมาเรียบได้อีกคือจะต้องทำให้ผิวที่มีอยู่หายไปให้เรียบเสมอกับก้นหลุด ด้วยการยิงเลเซอร์ทำลายเนื้อผิวหรือเซลล์ในบริเวณนั้น และใช้หลักการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาช่วยซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่ถูกทำลายไป แต่คอลลาเจนอาจจะทำงานได้ไม่มากนักเนื่องจากผิวถูกทำลายไปมากจนเกินไป

เลเซอร์ลบรอยสัก

ข้อดีของเลเซอร์คือมีค่าพลังงานที่สูงมากจนลงไปได้ลึกมากกว่าไอพีแอล แต่ข้อเสียคือต้องแลกมาด้วยความรู้สึกเจ็บ ซึ่งเลเซอร์สามารถลบรอยสักที่ฝังลึกออกได้

เลเซอร์หน้าใส

ด้วยหลักการของเลเซอร์ที่ใกล้เคียงกับการทำ IPL ที่ช่วยแก้ปัญหาสิว ฝ้า กระ ริ้วรอย ได้ เช่นเดียวกัน แต่รุนแรงมากกว่าแสงไอพีแอล อาจจะเหมาะกับคนที่รักษาให้หายยาก และต้องการพึ่งเลเซอร์ แบบนี้จึงต้องการแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางช่วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดียวกันกับที่ IPL เองก็ทำได้ ดังนั้นหากเลือกได้ การทำ IPL เพื่อให้หน้าใสก็จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ยิงเลเซอร์ใครว่าไม่เจ็บ ยิงเลเซอร์เจ็บกว่าทำ IPL มาก

ต้องบอกว่าการทำ Laser นั้น “เจ็บ” กว่าการทำ IPL มาก เพราะเลเซอร์มีค่าพลังงานที่เข้มข้นสูงมากกว่า IPL จึงทำให้แสงที่ยิงออกมาเปลี่ยนเป็นความร้อนและทำลายเซลล์เป้าหมายที่ต้องการได้ ด้วยความสามารถของเลเซอร์ที่เข้มข้น บางค่าพลังงานจึงสามารถใช้ในการผ่าตัดรักษาอาการบางอย่างทางการแพทย์ได้

Laser side effect: ผลข้างเคียงจากการทำเลเซอร์

การทำหน้าใสด้วยเลเซอร์ มีผลข้างเคียงทั้งในขณะที่ทำและหลังทำเสร็จหลายประการ ได้แก่
1. ขณะที่ทำจะรู้สึกเจ็บ แสบ และร้อนผิวมาก ในบาง case ถึงขั้นต้องใช้ยาชาทาก่อนทำเลเซอร์
2. ในขณะทำควรใส่แว่นกันแสงเลเซอร์ที่อาจจะสะท้อนเข้าตาแล้วทำให้ตาบอดได้
3. หลังทำจึงต้องหยุดพักหน้า ห้ามเจอกับแสง UV เพราะผิวหน้าได้บางลง จะแพ้ง่าย การใช้ครีมต่าง ๆ ทาเพื่อบำรุงจึงควรต้องอยู่ในการแนะนำของแพทย์
4. หลังทำเสร็จ นอกจากหน้าจะบอบบางมาก เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องหน้าจะเกิดความหมองคล้ำได้ จึงต้องดูแลหน้าไปตลอด
5. ในกรณีที่ยิงเลเซอร์เพื่อลบฝ้าก็เช่นกัน หากทำการรักษาไม่ต่อเนื่องจะทำให้มีรอยฝ้าเป็นวงกว้างมากกว่าเดิม

IPL side effect: ผลข้างเคียงจากการทำไอพีแอล

เนื่องจาก IPL เป็นคลื่นแสงที่มีความยาวคลื่นในช่วงกว้าง กระจายพลังงานแสงได้ดีกว่า และไม่เข้มข้นจนเกินไป จึงทำให้การทำทรีทเมนต์หน้าด้วย IPL ไม่เจ็บเท่าการทำเลเซอร์ หลังทำเสร็จไม่ต้องพักหน้านาน แต่อาจจะต้องอาศัยการทำอย่างสม่ำเสมอจึงจะเห็นผลเท่ากับการทำเลเซอร์ ผลข้างเคียงของการทำไอพีแอลจึงแทบจะไม่มี ยกเว้นผู้ใช้บางรายอาจจะมีอาการแพ้ อาการระคายเคืองผิว มีผื่นขึ้นบ้าง แนะนำให้หยุดทำ และหากแพ้มากก็ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง

ราคาและความคุ้มค่าของการทำไอพีแอลและเลเซอร์

หากเปรียบเทียบด้านราคาระหว่างการทำ IPL และเลเซอร์ อัตราราคาของการรักษาค่อนข้างสูงทั้งคู่ แต่เนื่องจากการทำเลเซอร์ค่อนข้างอันตรายมากกว่า เห็นผลเร็วกว่า แต่เจ็บมากกว่า จึงต้องหาวิธีเลเซอร์ให้เจ็บได้น้อยลงให้มากที่สุด ราคาจึงสูงกว่าการทำ IPL แต่เนื่องจาก IPL เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่กลัวเจ็บ ไม่ต้องการพักหน้านาน และสามารถทำต่อเนื่องได้สม่ำเสมอ อีกทั้งผลข้างเคียงหลังทำเสร็จแทบไม่มี IPL จึงเป็นที่นิยมมากกว่าการทำเลเซอร์

แต่ทว่าหลายคนที่ไม่รู้ว่าการทำ IPL กับการทำเลเซอร์นั้นเป็นคนละอย่าง เพราะเป็นการใช้เครื่องมือที่มีหลักการเหมือนกันคือการปล่อยพลังงานแสงออกมาเป็นความร้อนได้เหมือนกันนั่นเอง ต่างกันที่ลักษณะของความยาวคลื่น และค่าความเข้มข้นของพลังงานแสง จึงทำให้ทุกวันนี้หลายคนยังคงเข้าใจผิด และอาจเรียกการทำ IPL หรือเรียกทั้งสองอย่างรวมกันว่า “เลเซอร์ IPL” นั่นเอง

5 thoughts on “การทำ IPL แตกต่างจากการทำ Laser เพราะ “IPL ไม่ใช่ Laser”

  1. Pingback: จะเกิดอะไรขึ้นหากทานยารักษาสิวบ่อย ๆ - PiOne | Personal Esthetic IPL นวัตกรรม IPL ปรับผิวให้เรียบเนียนใสด้วยตัวคุณเอง

  2. Pingback: การรักษาด้วยเลเซอร์ในกลุ่ม Pigmented Laser (ฝ้า กระ จุดด่างดำ) - PiOne | Personal Esthetic IPL นวัตกรรม IPL ปรับผิวให้เรียบเนียนใสด้วยตัวคุณเอง

  3. Pingback: การรักษาด้วยเลเซอร์ในกลุ่ม Pigmented Laser (ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสัก และปาน) - PiOne | Personal Esthetic IPL นวัตกรรม IPL ปรับผิวให้เรียบเนียนใสด้วยตัวคุณเอง

  4. Pingback: มารู้จักการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) ว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร - PiOne | Personal Esthetic IPL นวัตกรรม IPL ปรับผิวให้เรียบเนียนใสด้วยตัวคุณเอง

  5. Pingback: เบื่อมั้ย? โกนขนไม่ทันไร ไม่นานขนก็กลับมางอกอีก - PiOne | Personal Esthetic IPL นวัตกรรม IPL ปรับผิวให้เรียบเนียนใสด้วยตัวคุณเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *