ผิวหย่อนคล้อยสามารถป้องกันได้ด้วยการเพิ่มปริมาณคอลลาเจนให้กับผิว

เมื่อเราอายุมากขึ้นผิวพรรณของเราก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยเนื่องการกระบวนการผลิตเซลล์ต่างๆที่ลดน้อยลง ซึ่งเราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหย่อนคล้อยได้ชัดในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยเราจะสังเกตได้จาก ผิวที่บางลง และปริมาณของคอลลาเจนในชั้นผิวที่ลด ทำให้เกิดริ้วรอยและการหย่อนคล้อยของผิวได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่ไม่เหมาะสมกับผิวของเราก็เป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ผิวบางลงได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรที่รักษาชั้นผิวให้มีความหนา เพื่อที่จะช่วยในการรักษาปริมาณขอคอลลาเจนในชั้นผิวของเราได้อีกทางหนึ่ง

การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดผิวหย่อนคล้อยได้เช่นกัน เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆบนผิวหน้ามักเกิดจาการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณผิวหน้า ซึ่งเมื่อเรามีอายุที่มากขึ้นปริมาณคอลลาเจนที่มีอยู่ในผิวชั้นบนสุด (Stratum Corneum) ในบริเวณชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ที่เป็นที่อยู่ของ เซราไมด์ (Ceramide) และ สฟิงโกไลปิด (Sphingolipid) ก็จะลดลงไปตามช่วงอายุ จึงทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพที่ลดน้อยลง ทำให้เกิดเป็นกาดผิดหย่อนคล้อยและริ้วรอยได้ง่าย

การถูบริเวณใบหน้า การขยี้ตา การขมวดคิ้ว การเอามือท้าวคาง เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะอาจทำให้เกิดผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยบริเวณใบหน้าได้ง่าย

หลายๆคนพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการแสดงอารมณ์เพื่อที่จะลดการยืดหดของกล้ามเนื้อบริเวณผิวหน้า อย่างเช่น หลีกเลี่ยงการฉีกยิ้มเพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณมุมปากและบริเวณร่องแก้มได้ หรือการขมวดคิ้วเพราะจะทำให้เกิดผิวหย่อนคล้อยบริเวณหน้าผากได้ รวมถึงการร้องไห้ก็อาจทำให้เกิดริ้วรอบบิรเวณรอบดวงตาได้ด้วยเช่นกัน

การรักษาผิวหย่อนคล้อยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

ในปัจจุบันการรักษาอาการผิวหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นนั้นทำได้ค่อนข้างยากและจำเป็นต้องใช้เวลาในการรักษา ถึงแม้ว่าจะมีครีมบำรุงประเภท Anti Aging ออกมาให้เลือกใช้กันมากมาย แต่ก็ไม่สามารถสช่วยในการรักษาและป้องกันได้มาก เนื่องจากตัวของเนื้อครีมเหล่านี้สามารถที่จะแทรกตัวผ่านผิวชั้นนอกของเราได้อยาก จึงทำให้ไม่สามารถที่จะลงไปรักษาและพื้นฟูคอลลาเจนที่เป็นปัญหาบริเวณใต้ชั้นผิวได้ ซึ่งหากใครที่อยากจะมีผิวหน้าเต่งตึง ไม่เกิดการหย่อนคล้อยก็สามารถที่จะไปพึ่งการฉีดโบท็อกซ์ (Botox), ฉีดฟิลเลอร์ (Filler), ร้อยไหม (Thread lifting), การรักษาเลเซอร์ (Laser Treatment) หรือการทำ IPL เข้ามาเป็นตัวช่วยที่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว

การฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่การทำ IPL สามารถที่จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวคงความยืดหยุ่นตัวได้ดีขึ้น และช่วยลดการเกิดผิวหย่อนคล้อยกับเรื่องของริ้วรอยได้

ผิวหย่อนคล้อย ฝ้า-กระ และริ้วรอย เป็นอาการของผิวที่มีสุขภาพผิวไม่แข็งแรง ดังนั้นการป้องกันแบบเนิ่นๆจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนส่วนมากมักนิยมที่ใช้กันในเวลานี้ เพราะหากว่าเราปล่อยให้เกิดริ้วรอยต่างๆของมาบนผิวแล้ว การรักษานั้นจะต้องใช้เวลานาน และมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง

วิธีลดการเกิดริ้วรอยและการหย่อนคล้อยของผิวที่เราสามารถทำได้เอง

– ขณะนอนหลับควรจะนอนหงาย การที่หน้าถูกกดทับในเวลานอนสามารถทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มได้
– หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดยูวีโดยตรง ควรที่จะใช้ครีมกันแดดหากต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง
– หลีกเลี่ยงการนอนดึก เพราะเวลานอนเป็นช่วงที่ระบบภายในร่างกายซ่อมแซมส่วนต่างๆของร่างกาย รวมไปถึงช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิว
– หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุที่สำคัญที่จะทำให้ผิวแก่ก่อนวันอันควรได้
– พยายามออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีขึ้น
– เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ เพราะอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ที่จำเป็นต่อการผลิตคอลลาเจนของร่างกาย
– ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *