จะเกิดอะไรขึ้นถ้าติดสเตียรอยด์ (Steriod)

ในปัจจุบันเพื่อนๆหลายคนต้องประสบปัญหาจากสิ่งสกปรกที่เกิดจากมลภาวะที่เป็นพิษรอบๆตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ จึงทำให้ผิวหนังเกิดสิว, อาการอักเสบ และผดผื่นในบริเวณหน้าได้ง่าย ซึ่งหลายๆคนนั้นนิยมที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการเลือกซื้อยาแก้แพ้ชนิดครีม โลชั่น หรือขี้ผึ้ง ที่มีส่วนผสมของ “สารสเตียรอยด์” มาเป็นตัวช่วยในการจัดการปัญหาดังกล่าว และมื่ออาการแพ้ที่ผิวหน้าหายไปก็ยังคงใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดสภาวะเสี่ยงต่อการ “เสพติดสารสเตียรอยด์ (steroid addict)” หรือที่เรียกกันว่า “หน้าติดสเตียรอยด์” ซึ่งจะทำให้ผิวหน้าของผู้ใช้นั้นบางลง และในครั้งต่อๆไปนั้นจำเป็นต้องใช้ในปริมาณที่มากยิ่งขึ้น โดยหลายๆคนอาจจะคิดว่าการใช้ครีมที่มีสารสเตียรอยด์นั้นไม่มีอันตรายเท่ากับการรับประทานยารักษาสิว แต่ในความเป็นจริงแล้ว สเตียรอยด์ จะเข้าไปทำลายการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว จึงทำให้หน้าของผู้ใช้ดูหมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื้น และเกิดรอยแตกบนผิว เส้นเลือดใต้ผิวหนังผิดปกติ หน้าจะแดงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงยังสามารถทำให้สีผิวดูจางลงได้อีกด้วย

ความน่ากลัวของการใช้ครีมที่ผสมสเตียรอยด์ อันตรายกับผิวอย่างไร

ผู้ที่ใช้ครีมชนิดนี้เป็นเวลานานจนหน้าติดสเตียรอยด์ จะเกิดผลเสียตามมา คือ สารชนิดนี้จะทำให้ผิวหน้าของผู้ใช้บางลง เมื่อโดดแสงแดดก็จะส่งผลให้มีอาการแสบร้อนบนใบหน้า และยังทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังเปราะบางและแตกได้ง่าย รวมถึงยังมีอาการสิวและผื่นอักเสบขึ้นมาบริเวณรอบๆปากได้อีกด้วย ซึ่งผู้ที่ติดสเตียรอยด์นั้นจะไม่สามารถที่จะหยุดใช้ยาได้ เพราะหากหยุดใช้ยาเหล่านี้ก็จะเกิดอาการแดงที่บริเวณใบหน้าและการอักเสบของผิวก็จะมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่รักษาให้หายได้ยากมาก นอกจากนั้นหากเราได้ใช้ในปริมาณที่มากเกินไปก็จะทำให้ส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในของเราโโยตรงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ต่อมหมวกไตผิดปกติที่มักจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ และยังอาจส่งผลให้เด็กมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติได้อีกด้วย

ทำไมยาทาหรือครีมต่างๆที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์จึงหาซื้อได้ง่าย

เนื่องจากประเทศไทยสามารถซื้อยาได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วประชาชนจะไม่สามารถซื้อยาใช้เองได้ จำเป็นจะต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้นจึงจะซื้อยาจากร้านขายยาได้ ดังนั้นการใช้ครีมสเตียรอยด์ ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ถ้าผู้ป่วยมีความต้องการที่จะซื้อยาในกลุ่มนี้ใช้เอง ควรเลือกชนิดที่อ่อน เช่น 1% ไฮโดรคอร์ติโซน ครีม (Hydrocortisone cream) หรือ 0.02% ไทรแอมซิโนโลน ครีม (Triamcinolone acetonide cream, TA) ทาวันละ 2 ครั้ง และใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือไม่หาย ควรพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อทำการตรวจสอบและวินิจฉัยหาวิธีการรักษาให้ตรงกับสภาพผิวของเรา

ผลข้างเคียงหากหน้าติดสเตียรอยด์

ผลข้างเคียงแบบเฉียบพลัน

– การเกิดสิว ครีมกลุ่มนี้ทำให้เกิดสิว โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและหน้าอก โดยสิวที่เกิดจากสเตียรอยด์ จะแตกต่างจากสิวทั่วไป จะเห็นเป็นสิวในแบบเดียวกันทั้งหมด คือ เป็นตุ่มนูนแดง (ไม่มีหัวหนองหรือไขมันอุดตัน)
– รอยโรคเดิมเป็นมากขึ้น พวกนี้ส่วนมากเกิดจากการใช้ยาผิดโรค เช่น เป็นโรคกลากเกลื้อนแล้วใช้ครีมสเตียรอยด์ทาจะทำให้เป็นมากขึ้น
– เกิดผื่นแพ้สัมผัส ซึ่งอาจเกิดการแพ้สารกันบูดหรือน้ำหอมที่ใส่ในครีมสเตียรอยด์ได้ ส่วนการแพ้ตัวสเตียรอยด์เองนั้นก็พบได้แต่พบได้น้อย

ผลข้างเคียงแบบประเภทเรื้อรัง

สารสเตียรอยด์จะทำให้หน้าของผู้ใช้บางลง และไม่สามารถทนต่อการออกแดดได้ เส้นเลือดขยายตัวทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังนั้นแตกได้ง่ายยิ่งขึ้น เกิดการแตกลายงาของผิวหนัง เกิดภาวะติดยาเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเมืองไทยและรักษายาก ภาวะนี้เกิดจาการใช้ครีมสเตียรอยด์เป็นเวลานาน เวลาหยุดยาแล้วจะแดง หรือโรคผิวหนังอักเสบเดิมจะเป็นมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถหยุดใช้ยาประเภทนี้ได้ และในครั้งต่อๆไปนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ครีมสเตียรอยด์แรงมากขึ้น นอกจากนี้อาจไปกดการทำงานของต่อมหมวกไต ซึ่งมักเกิดจากการใช้ครีมสเตียรอยด์ชนิดแรงเป็นเวลานานโดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ

นอกจากภาวะเสพติดครีมสเตียรอยด์แล้ว ปัจจุบันยังเกิดภาวะกลัวสเตียรอยด์ (Steroid phobia) คือ กลัวการใช้สเตียรอยด์เกินเหตุ ซึ่งเรื่องนี้เกิดที่ต่างประเทศมานานแล้ว แต่สภาวะนี้เพิ่งเกิดขึ้นในเมืองไทยได้ไม่นาน โดยเป็นผลจากกระแสโซเซียลเน็ตเวิร์ค (Social Network) จึงไม่กล้าจะใช้ยากลุ่มนี้ไม่ว่าจะการทาหรือการรับประทานยาในกลุ่มนี้ก็เหมือนกับยาในกลุ่มอื่น ซึ่งในปัจจุบันคนสวนใหญ่มักนิยมในการเลือกใช้นวัตกรรมต่าง ๆ ที่เห็นผลทางการรักษาได้อย่างชัดเจน และไม่เป็นอันตราย หรือมีผลข้างเคียงเล็กน้อยเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับตัวเอง อย่างเช่นการรักษาผิวหน้าด้วยเทคโนโลยีแสงเลเซอร์ และ IPL ซึ่งนวัตกรรม IPL ล่าสุด ที่ครอบคลุมปัญหาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพที่มีความอ่อนโยนมากกว่า เลเซอร์ สามารถทำ IPL ได้เป็นประจำ ไม่ต้องเว้นระยะเวลาในการพักฟื้นให้กับผิว รวมถึงยังสามารถช่วยในการดูแลสภาพผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับชั้นผิวของเราเพื่อให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ ช่วยกระชับผิวได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถใช้งานที่บ้านได้เองอย่างปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารักษาในคลินิก ซึ่งนับว่าการทำ IPL เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่กลัวการเสพติดสารสเตียรอยด์ได้เป็นอย่างดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *